У нас вы можете посмотреть бесплатно เปิดสูตรจัดตั้งรัฐบาล 2569: อนุทิน นายกฯ คนที่ 32 ในยุค "อนุรักษ์นิยมใหม่" или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สรุปสถานการณ์การเลือกตั้ง 2569: ปรากฏการณ์ "The Blue Wave" และการปรับดุลอำนาจใหม่ของการเมืองไทย บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อพรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) ก้าวขึ้นมาเป็น "ผู้ชนะตัวจริง" ด้วยจำนวนที่นั่ง สส. ที่คาดการณ์ไว้ถึง 194 ที่นั่ง ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ขณะที่พรรคประชาชน (สีส้ม) แม้จะสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ในกรุงเทพมหานครและล้มแชมป์เก่าในเชียงใหม่ แต่ยังไม่สามารถก้าวข้ามพลังเครือข่ายท้องถิ่นหรือ "บ้านใหญ่" ในระดับประเทศได้ ในมิติเชิงโครงสร้าง การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการปิดตำนาน "ยุค 3 ป." อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อพรรครวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐแทบสูญสิ้นที่นั่งในสภา นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลขั้ว "อนุรักษ์นิยมใหม่" โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นอกจากนี้ ผลประชามติที่ผ่านความเห็นชอบร้อยละ 65.4 ยังเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นสมรภูมิสำคัญในการกำหนดกติกาการเมืองไทยในอนาคต -------------------------------------------------------------------------------- 1. วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งและสถิติจำนวนที่นั่ง สส. ข้อมูลจากการนับคะแนนล่าสุด (กว่า 94%) แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของอำนาจในสภาชุดใหม่ ดังนี้: พรรคการเมือง สส. เขต ปาร์ตี้ลิสต์ รวมที่นั่ง (คาดการณ์) ภูมิใจไทย (น้ำเงิน) 175 19 194 ประชาชน (ส้ม) 85 31 116 เพื่อไทย (แดง) 60 16 76 กล้าธรรม 56 2 58 ประชาธิปัตย์ 9 11 20 จุดเน้นสำคัญทางสถิติ: ชัยชนะถล่มทลายของภูมิใจไทย: การกวาดที่นั่งรวม 194 ที่นั่ง โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคใต้ ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นแกนนำในการกำหนดทิศทางการเมือง ปรากฏการณ์ "ส้มรักเชียงใหม่": พรรคประชาชนสามารถเจาะฐานที่มั่นสำคัญของพรรคเพื่อไทยได้เกือบยกจังหวัด และยังสามารถกวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานครได้ครบทั้ง 33 เขต ความถดถอยของพรรคเพื่อไทย: จากเดิมที่เป็น "พี่ใหญ่" ในการเมืองระดับชาติ ครั้งนี้กลับมีจำนวนที่นั่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนกลายเป็น "พรรคร่วม" ในการจัดตั้งรัฐบาล -------------------------------------------------------------------------------- 2. พลวัตระหว่าง "เครือข่ายเข้มแข็ง" และ "อุดมการณ์" การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างสองรูปแบบการเมืองที่ชัดเจน: การเมืองเชิงเครือข่าย (Network Politics): พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบ "บ้านใหญ่" และเครือข่ายในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งยังคงมีอิทธิพลเหนือคะแนนนิยมในระดับเขต การเมืองเชิงอุดมการณ์ (Ideological Politics): พรรคประชาชนยังคงรักษาฐานคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่สูงที่สุด (กว่า 9.5 ล้านเสียง) สะท้อนว่าประชาชนจำนวนมากต้องการการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง แต่มวลรวมคะแนนดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากพ่ายแพ้ในระบบเขตในภาพรวมประเทศ -------------------------------------------------------------------------------- 3. สูตรจัดตั้งรัฐบาลและตัวเต็งนายกรัฐมนตรี จากการวิเคราะห์ดุลอำนาจใหม่ คาดการณ์ว่าสูตรการจัดตั้งรัฐบาลจะขับเคลื่อนโดยกลุ่ม "อนุรักษ์นิยมใหม่" (The New Power Block) ซึ่งประกอบด้วย: 1. ภูมิใจไทย (แกนนำ) 2. กล้าธรรม 3. เพื่อไทย 4. ประชาธิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีความชอบธรรมสูงสุดในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เนื่องจากนำพรรคได้รับคะแนนเสียงอันดับ 1 และเคยได้รับเสียงสนับสนุนในสภามาก่อนหน้านี้ สำหรับพรรคเพื่อไทย การยอมรับบทบาทพรรคร่วมรัฐบาลถูกวิเคราะห์ว่าเป็นความจำเป็นเพื่อรักษาอำนาจในการบริหารและประคองสถานการณ์ของพรรค -------------------------------------------------------------------------------- 4. ผลประชามติและการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเด็นที่สำคัญไม่แพ้การเลือกคน คือการเลือก "กติกา" ผ่านการทำประชามติ: มติมหาชน: ประชาชนเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ร้อยละ 65.4 เทียบกับไม่เห็นชอบร้อยละ 34.6 ภารกิจรัฐบาลใหม่: รัฐบาลชุดที่จะเกิดขึ้นมีหน้าที่สำคัญในการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งจะเป็นสนามต่อสู้ทางความคิดครั้งใหม่ว่าใครจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในอนาคตของประเทศไทย -------------------------------------------------------------------------------- 5. ข้อสังเกตและประเด็นหลังการเลือกตั้ง ข้อมูลเชิงลึกและรายงานข่าวระบุถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลและจุดสิ้นสุดของขั้วอำนาจเดิม ดังนี้: รายงานการซื้อเสียง: มีกระแสข่าวและรายงานจาก Thai PBS รวมถึงโพลต่างๆ ระบุว่าพบการซื้อเสียงสูงถึง 7,500 บาทต่อหัวในบางเขตเลือกตั้ง การปิดตำนาน "3 ป.": พรรครวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐประสบความพ่ายแพ้อย่างหนักจนแทบไม่มีที่ยืนในสภา เป็นการสิ้นสุดอิทธิพลทางการเมืองของกลุ่มขั้วอำนาจเดิมอย่างถาวร บทสรุปวิเคราะห์ การเมืองไทยในปี 2569 ก้าวข้ามความขัดแย้งของสีเสื้อในอดีต สู่ยุคที่พรรคการเมืองต้องเลือกระหว่างการรักษาฐานอำนาจผ่านเครือข่ายผลประโยชน์หรือการต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ โดยพรรคเพื่อไทยกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ยอมปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในโครงสร้างอำนาจใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นศูนย์กลางการนำอย่างสมบูรณ์ #TheBlueWave #คลื่นสีน้ำเงิน #ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ #อนุทิน#อนุรักษ์นิยมใหม่ #เพื่อไทยอันดับ3 #กล้าธรรม (ตัวแปรสำคัญ) #อุดมการณ์vsเครือข่าย#ส้มรักเชียงใหม่ (ปรากฏการณ์ล้มแชมป์) #กทมสีส้ม #บ้านใหญ่ยังขลัง #เซาะกร่อนบ่อนทำลายฐานเดิม#ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ #ประชามติ65จุด4 #หยุดซื้อเสียง