У нас вы можете посмотреть бесплатно สระรั่วเก็บน้ำไม่อยู่! ปูผ้ายาง PE vs ยาด้วยมูลสัตว์ (ขี้วัวขี้หมู) แบบไหนคุ้มกว่า или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
คลิปนี้ เรื่องเกษตรที่คนไทยควรรู้ จะพาพี่น้องเกษตรกรมาผ่าพิสูจน์ 2 วิธีแก้ปัญหายอดฮิต เปรียบเทียบการปูผ้ายางพลาสติกชนิด PE และ HDPE กับภูมิปัญญาการยาบ่อด้วยมูลสัตว์ หรือที่เรียกว่า Gleying แบบไหนคุ้มค่าการลงทุนที่สุด เนื้อหาสำคัญในคลิป วิธีที่ 1 ปูผ้ายาง PE หรือ HDPE แบบวิศวกรรม ข้อดี กั้นน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ทันที เหมาะกับบ่อที่รั่วรุนแรง อายุการใช้งานประมาณ 5 ถึง 20 ปี ขึ้นอยู่กับความหนาและการทนแสงแดด ข้อเสีย ต้นทุนสูง ประมาณ 60,000 ถึง 70,000 บาทต่อไร่ เสี่ยงขาดหากเตรียมพื้นไม่ดี บ่อสะอาดเกินไป ทำให้ไม่มีอาหารปลาตามธรรมชาติ เทคนิค สำหรับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงพาณิชย์ ควรใช้ความหนาอย่างน้อย 0.20 ถึง 0.30 มิลลิเมตร เพื่อรับแรงดันน้ำ วิธีที่ 2 ยาบ่อด้วยมูลสัตว์ หรือ Gleying ข้อดี ประหยัดงบอย่างมาก ต้นทุนเพียงหลักพันบาทต่อไร่ เกิดเมือกชีวภาพช่วยอุดรูพรุนของดิน ช่วยให้เกิดแพลงก์ตอนและไรแดง เป็นอาหารปลาธรรมชาติ ลดต้นทุนค่าอาหารได้ประมาณ 50 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลจากงานวิจัย มูลวัวให้ผลดีกว่ามูลไก่ อัตราส่วนที่เหมาะสมคือ มูลวัว 15 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับดิน 85 เปอร์เซ็นต์ แล้วย่ำให้เข้ากัน ข้อเสีย ใช้แรงงานมาก ต้องใช้เวลาบ่มดิน อาจไม่เหมาะกับดินทรายจัด หากไม่ผสมดินเหนียวหรือเบนโทไนท์ช่วย บทสรุปการเลือก หากเน้นประหยัดและเลี้ยงปลาลดต้นทุน เลือกยาบ่อด้วยขี้วัว หากเน้นความชัวร์ มีงบประมาณ และเป็นดินทรายจัด เลือกปูผ้ายาง HDPE ทริคแถมท้าย ไม่ว่าวิธีไหน ควรใช้ปูนขาวโรยรอบขอบสระเพื่อปรับค่า pH และป้องกันปูหรือสัตว์เจาะรู หากปูผ้ายาง ควรระวังปลวกเจาะ ให้ใช้น้ำสมุนไพรราดพื้นก่อนปู #เกษตรกร #สระน้ำรั่ว #ปูผ้ายาง #ยาบ่อขี้วัว #เลี้ยงปลา #Gleying #เกษตรอินทรีย์ #บริหารจัดการน้ำ