У нас вы можете посмотреть бесплатно หมู่บ้านที่ห้ามเปิดไฟหน้าบ้านหลังเที่ยงคืน или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
หมู่บ้านที่ห้ามเปิดไฟหน้าบ้านหลังเที่ยงคืน มีหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอมากนัก เป็นหมู่บ้านชนบทธรรมดา ที่มีทั้งบ้านไม้เก่า บ้านปูนชั้นเดียว รอบหมู่บ้านเป็นทุ่งนาและป่ากล้วย กลางวันทุกอย่างดูปกติ ชาวบ้านใช้ชีวิตเรียบง่าย เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันตามถนนดิน ผู้ใหญ่ไปทำนา ไปกรีดยาง หรือออกไปทำงานในเมือง แต่ถ้าใครได้อยู่ในหมู่บ้านนี้สักพัก จะเริ่มสังเกตเห็น “กฎแปลก ๆ” อยู่ข้อหนึ่ง หลังเที่ยงคืน… ห้ามเปิดไฟหน้าบ้านเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นไฟระเบียง ไฟหน้าบ้าน หรือแม้แต่ไฟที่ส่องออกไปทางถนน ทุกบ้านจะปิดไฟมืดสนิทเหมือนกันหมด ถ้ามองจากไกล ๆ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจะกลายเป็นเงามืดเงียบงัน เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก คนแปลกหน้าที่ผ่านมามักสงสัย ทำไมหมู่บ้านนี้ถึงมืดขนาดนั้น แต่ชาวบ้านจะตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “มันเป็นธรรมเนียมของหมู่บ้าน” และจะไม่มีใครอธิบายอะไรต่อ เรื่องนี้ถูกเล่าต่อ ๆ กันมานาน จนคนรุ่นใหม่บางคนก็ไม่เชื่อแล้ว หนึ่งในนั้นคือ ต้น ต้นเป็นหนุ่มวัยยี่สิบปลาย ๆ เพิ่งย้ายกลับมาอยู่บ้านที่หมู่บ้านนี้ หลังจากไปทำงานในกรุงเทพหลายปี คืนแรกที่เขากลับมาอยู่บ้าน แม่ของเขาก็เตือนทันที “จำไว้นะลูก หลังเที่ยงคืนอย่าเปิดไฟหน้าบ้าน” ต้นหัวเราะเบา ๆ “แม่ก็เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” แม่ไม่ได้หัวเราะด้วย เธอมองเขานิ่ง ๆ แล้วพูดเพียงว่า “มันไม่ใช่เรื่องให้ลอง” คืนนั้นต้นก็ไม่ได้สนใจมาก คิดว่าเป็นแค่ความเชื่อโบราณของคนเฒ่าคนแก่ สองสามวันต่อมา ต้นเริ่มสังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง พอใกล้เที่ยงคืน ชาวบ้านทุกบ้านจะเริ่มปิดไฟหน้าบ้านกันหมด บางบ้านถึงกับปิดม่าน หรือเอาผ้ามาปิดช่องหน้าต่าง เหมือนกลัวว่าแสงไฟจะเล็ดลอดออกไป ถ้าใครเดินผ่านถนนตอนนั้น จะเห็นแต่บ้านมืด ๆ เรียงกันทั้งหมู่บ้าน เหมือนหมู่บ้านร้าง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านต้นไม้ กับเสียงหมาเห่าห่าง ๆ ต้นเริ่มรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ยังคิดว่า “คงเป็นเรื่องงมงาย” คืนหนึ่ง ต้นนั่งดูทีวีอยู่หน้าบ้านจนดึก พอมองนาฬิกา 00:07 หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเงียบสนิท ไม่มีเสียงคน ไม่มีเสียงรถ มีแต่ลมพัดเอื่อย ๆ ต้นนึกถึงคำเตือนของแม่ แล้วก็เกิดความคิดขึ้นมา “ถ้าเปิดไฟหน้าบ้าน…มันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เขาเดินไปที่สวิตช์ไฟหน้าบ้าน ในหัวก็คิดว่า ยังไงมันก็ไม่มีอะไรหรอก แล้วต้นก็ เปิดไฟ แสงหลอดไฟสีเหลือง สว่างขึ้นหน้าบ้านทันที ลานดินหน้าบ้านถูกส่องสว่าง ตอนแรก…ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบเหมือนเดิม ต้นยิ้มกับตัวเอง “เห็นไหม ก็ไม่มีอะไร” แต่หลังจากนั้นประมาณหนึ่งนาที หมาที่ไหนไม่รู้ เริ่มเห่าขึ้นพร้อมกันหลายตัว เสียงเห่าดังขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนพวกมันเห็นอะไรบางอย่าง ต้นเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เขามองออกไปที่ถนนหน้าบ้าน ตอนแรกเขาไม่เห็นอะไร แต่พอสายตาเริ่มชินกับแสง เขาก็เห็นบางอย่างอยู่ไกล ๆ ตรงปลายถนนของหมู่บ้าน มี เงาคน ยืนอยู่กลางถนน นิ่งสนิท ต้นคิดว่าอาจเป็นชาวบ้าน แต่สิ่งที่แปลกคือ เงานั้น ไม่เดิน ไม่ขยับ ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนรูปปั้น แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วินาที ต้นก็เห็นว่า มัน…ไม่ได้มีแค่คนเดียว ตรงปลายถนน มีเงาคนอีกหลายเงา ยืนเรียงกัน เหมือนกำลังมองมาทางบ้านของเขา ต้นเริ่มรู้สึกขนลุก เขารีบเดินไปปิดไฟหน้าบ้านทันที ทันทีที่ไฟดับ เสียงหมาเห่าก็ค่อย ๆ เงียบลง หมู่บ้านกลับมาเงียบเหมือนเดิม ต้นพยายามบอกตัวเองว่า “คงตาฝาด” เช้าวันรุ่งขึ้น ต้นเล่าเรื่องเมื่อคืนให้แม่ฟัง แม่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วพูดว่า “เขาถึงห้ามเปิดไฟกันไง” ต้นถามทันที “เขา…คือใคร” แม่เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณสี่สิบปีก่อน หมู่บ้านนี้เคยมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น คืนหนึ่งมีคนแปลกหน้าหลายคน เดินเข้ามาในหมู่บ้านตอนดึก ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร หรือมาจากไหน ชาวบ้านบางคนเห็นพวกเขายืนอยู่ตามถนน แต่พอเข้าไปถาม พวกเขา ไม่ตอบ และที่แปลกคือ พวกเขาจะเดินเข้าไปหา บ้านที่เปิดไฟอยู่ คืนนั้นมีบ้านหลังหนึ่ง เปิดไฟหน้าบ้านไว้ เพราะเจ้าของบ้านกำลังรอลูกชายกลับจากในเมือง เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกชายกลับมาแล้ว แต่พอเดินเข้าบ้าน เขาก็พบว่า พ่อกับแม่ของเขา หายไป ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ เหมือนพวกเขา เดินออกจากบ้านไปเอง หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนเห็น เงาคนแปลกหน้า ยืนอยู่ตามถนนตอนกลางคืน โดยเฉพาะหน้าบ้านที่มีไฟเปิดอยู่ ตั้งแต่นั้นมา ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจึงตั้งกฎขึ้น หลังเที่ยงคืน ห้ามเปิดไฟหน้าบ้านเด็ดขาด เพราะแสงไฟ เหมือนเป็นการ บอกตำแหน่งของคนในบ้าน ให้ “พวกนั้น” รู้ หลังจากฟังจบ ต้นเริ่มรู้สึกหนาว ๆ ขึ้นมา เขานึกถึงเงาคนเมื่อคืน แล้วก็ถามแม่เบา ๆ “แล้วถ้ามีบ้านไหนเปิดไฟอีกล่ะ” แม่ตอบเพียงสั้น ๆ “ก็แล้วแต่ว่า…ใครจะเห็นก่อนกัน” ต้นขมวดคิ้ว “หมายความว่าไง” แม่เงยหน้ามองเขา แล้วพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ต้นเงียบไปทันที “ถ้าเราเห็นพวกเขาก่อน…ก็ยังปิดไฟทัน” แม่หยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อเบา ๆ “แต่ถ้า…พวกเขาเห็นเราก่อน” “ส่วนใหญ่เช้าวันต่อมา บ้านหลังนั้นจะเงียบผิดปกติ” เพราะ จะไม่มีใครอยู่ในบ้านนั้นอีกเลย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ต้นไม่เคยเปิดไฟหน้าบ้านหลังเที่ยงคืนอีกเลย และถ้าบางคืน เขาบังเอิญตื่นขึ้นมาตอนดึก เขาจะชอบแง้มผ้าม่านดูถนนหน้าบ้าน ในความมืดของหมู่บ้าน บางครั้งเขารู้สึกเหมือน มีเงาคน ยืนอยู่ไกล ๆ ตรงปลายถนน เหมือนกำลัง มองหาบ้านที่ยังเปิดไฟอยู่