У нас вы можете посмотреть бесплатно อิ้วเก้ง (แห่พระรอบเมือง)⎮ อ๊ามบางเหนียว (ฉ่ายตึ๋ง)⎮กินเจภูเก็ต 2566⎮Phuket Vegetarian Festival 2023 или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
อ๊ามบางเหนียว หรือ ศาลเจ้าต่าวบู้เก๊ง หรือ มูลนิธิเทพราศี เป็นศาลเจ้า เก่าแก่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447 ชาวบ้านเรียกว่า ศาลเจ้าต่าวโบ้เก๊ง หรือฉ้ายตึ๋ง เป็นที่ทราบกันว่า มีคณะงิ้วจีน คณะกังฉ๊ายฮี่ เดินทางมาจากเมืองจีน มาแสดงที่ตรอกเม่าเก้า (ซอยรมณีย์ปัจจุบัน) ขณะนั้นมีศาลเจ้า อยู่แห่งหนึ่ง จึงได้นำพระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ย (เหล่าเอี๋ย) มาบำเพ็ญกุศล และเริ่มประเพณี ถือศีลกินผักเป็นประจำจนชาวบ้าน เกิดความเลื่อมใส และเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ศาลเจ้าบางเหนียวเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยปี พ.ศ. 2447 และมีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน เช่น ศาลเจ้าต่าวบู้เก๊ง หรืออ๊ามบู๊ตึ๊ง (คำว่า "อ๊าม" เป็นคำที่ชาวภูเก็ตใช้เรียกแทนคำว่าศาลเจ้า) หรืออาจรู้จักกันในฐานะมูลนิธิเทพราศี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าศาลเจ้าต่าวโบ้เก๊ง อย่างไรก็ตาม ความเป็นมาของศาลเจ้าบางเหนียวนั้นก็ยังคงน่าสนใจ และเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่ชาวภูเก็ตให้ความสำคัญอยู่เสมอ ศาลเจ้าบางเหนียวนับเป็นศาลเจ้าที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าศาลเจ้าจะเป็นซุ้มประตูรูปมังกรในศิลปะแนวจีน เมื่อมาถึงทางเข้าด้านหน้าจะพบรูปปั้นสิงโตสองตัวประทับอยู่ และภายในศาลเจ้านั้นสวยงามด้วยรูปวาดด้วยสีน้ำรูปสัตว์นำโชคของจีน และเรื่องราววรรณกรรมของจีนที่ปรากฏอยู่บนผนังรอบ ๆ เมื่อผนวกกับเสาทุกต้นอันเป็นประติมากรรม ผสมผสานกับรูปปั้นมังกรพันรอบเสาแล้ว ยิ่งทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้แลดูวิจิตรพิสดารมากขึ้น ตำนานศาลเจ้า ครั้งหนึ่งได้มีคณะงิ้วจากเมืองจีนชื่อ "คณะกังฉ๊ายอี่" เดินทางมาจากเมืองจีนเพื่อมาทำการแสดงงิ้วที่ตรอกเม่าเก้า ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นซอยรมณีย์ในปัจจุบัน และในขณะนั้นได้มีศาลเจ้าอยู่แห่งหนึ่งตั้งอยู่ จึงได้มีการนำพระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ย (เหล่าเอี๋ย) มาบำเพ็ญกุศล และเริ่มดำเนินประเพณีถือศีลกินผักนับแต่นั้นมา จนทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงได้เข้าร่วมถือศีลกินผักด้วยเป็นจำนวนมาก แต่ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ ไม่คาดฝันขึ้น กล่าวคือ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่ศาลเจ้าโดยไม่มีใครทราบถึงสาเหตุของต้นเพลิงที่แท้จริง ทำให้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งตัดสินใจนำพระเตี๋ยนฮู้หง่วยโส่ย (เหล่าเอี๋ย) ไปประดิษฐานที่อ๊ามบางเหนียว (ซึ่งก็คือศาลเจ้าบางเหนียวในปัจจุบัน) และช่วยกันสร้างเป็นศาลเจ้าเรือนไม้ที่มีหลังคามุงจาก ครั้น 4-5 ปีต่อมา ได้เกิดเพลิงไหม้ซ้ำสองขึ้นอีก ชาวบ้านจึงนำพระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ย (เหล่าเอี๊ย) ไปประดิษฐานในบริเวณตรงกันข้ามกับสถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งชาวบ้านบางเหนียวก็ยังคงศรัทธาอย่างเหนียวแน่น จึงร่วมกันทำบุญบำเพ็ญกุศล และถือศีลกินผักทุกปี เมื่อมีผู้คนแวะเวียนกันมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้พื้นที่ภายในเกิดความคับแคบ ในที่สุดคณะที่นำโดยขุนเลิศภาตารักษ์จึงได้ร่วมกันในการปรับปรุงเพื่อขยับขยายศาลเจ้าขึ้นมาใหม่ ให้เป็นอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่เพียงพอต่อการรองรับผู้แวะเวียนเข้ามาเคารพสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ได้ ที่ตั้ง : บ้านบางเหนียว ถนนภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดภูเก็ต . ประเพณีการกินผัก หรือที่ชาวภูเก็ตเรียกกันว่า “เจี่ยะฉ่าย” นั้น เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดจากบ้านในทู หรือไล่ทู (เขตอำเภอกะทู้ ในปัจจุบัน) เนื่องจากในสมัยก่อนพื้นที่นี้เต็มไปด้วยกิจการเหมืองแร่ จึงทำให้มีชาวจีนอพยพหลั่งไหลมาอยู่อาศัย เกิดเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ขึ้น ปัจจุบันประเพณีกินผัก ถือเป็นจุดขายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ สำหรับจังหวัดภูเก็ต นอกจากท้องทะเลสีคราม และหาดทรายขาวแล้ว โดยจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเริ่มตั้งแต่วัน 1 ค่ำเดือน 9 จนถึง วัน 9 ค่ำเดือน 9 ตามปฏิทินจีน . ถ่ายวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา : ประมาณ 06.00 - 10.00 น. สถานที่ : ศาลเจ้าบางเหนียว จ.ภูเก็ต . 🔻สนับสนุนช่อง NARAWIT WALK เพื่อให้ค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ และอัพเดท โดยการกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตาม 🛩 ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับชมนะครับ Thank you for watching and Subscribe 📨 เพื่อน ๆ สามารถคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เสนอแนะ ได้นะครับ ✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈✈