У нас вы можете посмотреть бесплатно บันทึกจากปัจฉาสมณะ ตอนต้องทำให้ได้ และ อนาคตของสังคมไทยฝากไว้ที่พวกเรา или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
บันทึกปัจฉาสมณะ: ตอนต้องทำให้ได้ และ อนาคตของสังคมไทยฝากไว้ที่พวกเรา “อนาคตของสังคมไทย ฝากไว้ที่พวกเรา (โดยเฉพาะเด็กชาวอโศก)” คำขวัญวันเด็กที่พ่อท่านให้ไว้กับเด็กนักเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก 9 ม.ค.2537 แนวทางด้านกีฬา 6 ม.ค.2537 ที่ปฐมอโศก พ่อท่านร่วมประชุมคณะครู ครูปะแดนผา ซึ่งเป็นครูพละ ถามพ่อท่านว่า เรื่องกีฬาจะให้ได้ขนาดไหน พ่อท่านเห็นว่า กีฬาที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เช่น วิ่งแข่งง่าย ๆ ไม่ต้องมีสตาร์ท หรือกางเกงกีฬา ส่วนฟุตบอล ปิงปอง วอลเลย์ แบดมินตัน ที่ต้องมีการแข่งขัน มีตาข่ายอย่างนี้ไม่เอา หรือจะเล่นวิ่งกระสอบก็ได้ จะเล่นเตย เล่นตี่ เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ๆ เรื่องนี้ให้ครูพละไปคิดดูว่า การละเล่น กีฬาอย่างใดจึงจะเหมาะ ครูปะแดนผาซักถามต่อ การกีฬาผมสอนแต่วิชาการ จึงอยากจะพาเด็ก ๆ ไปดูการแข่งขันจริงที่สนามกีฬาพ่อท่านจะเห็นอย่างไร พ่อท่านแสดงความเห็นว่า เรื่องอย่างนี้ถ้าเด็กจะโง่ ก็ให้โง่ไปเลย ไม่เป็นไร ไม่ต้องพาไปหรอก คุณไม่ต้องกลัวว่าเด็กจะไม่รู้ หลักประกันชีวิต 9 ม.ค.2537 ที่สันติอโศก ทำวัตรเช้า พ่อท่านได้กล่าวถึงองค์ประกอบของหลักประกันชีวิต ดังนี้ 1. พึ่งตนเองได้ มีสมรรถภาพ มีความรู้ ความสามารถ 2. มีภราดรภาพ มีที่พึ่ง พี่พึ่งน้อง พึ่งญาติได้ ญาติมิใช่เพียงแค่พี่น้องคลอดตามออกมาจากสายเลือดเท่านั้น การพึ่งพาอาศัยกันได้นี้แหละ คือญาติ 3. มีบุญเก่า บุพเพกตบุญญตา ข้าพเจ้าเห็นว่า การดำเนินชีวิตที่พวกเรามี ต่างไปจากสังคมภายนอก หลายสิ่งหลายอย่าง กำลังก่อรูปก่อร่าง เป็นแบบแผนวัฒนธรรมของสังคมใหม่ การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานเดิมมาอยู่ร่วมกันในสิ่งแวดล้อมใหม่เป็นสังคมใหม่ จำต้องมีหลักประกันชีวิตที่ดีกว่าเก่า เพื่อความมั่นใจ เชื่อมั่นว่าหากอพยพมาแล้ว ตนจะเป็นอยู่ได้ เมื่อเกิดความเชื่อมั่นว่าตนจักอยู่ได้ การสละละทิ้งลาภยศ ละทิ้งอาชีพการงาน ละทิ้งบ้าน และละทิ้งเครือญาติที่สุดแสนอาลัย เพื่อมาช่วยกันทำงาน สร้างสรรค์เสียสละ อันจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติที่ยิ่งกว่า จึงจักเป็นไปได้ น่าสังเกตว่า หลักประกันชีวิตของระบบ “ทุนนิยม” อยู่ที่ “กองทุน” หรือ “เงิน” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสวัสดิการ ยามเจ็บป่วย เฒ่าชรา จึงทำให้คน “กลัวจน” ไม่กล้าทิ้งลาภยศ ขณะที่ระบบ “บุญนิยม” หลักประกันชีวิตขึ้นอยู่กับ “กองบุญ” หรือ “กรรม” ที่ตนสั่งสมมาเอง จึงไม่ยี่หระเลย แม้จะอยู่อย่างไร้ลาภ ไร้ยศ ความหมายของวัฒนธรรม 11 ม.ค.2537 ที่สันติอโศก ทำวัตรเช้า พ่อท่านได้กล่าวถึงวัฒนธรรมดังนี้ วัฒนธรรมคือรูปแบบ และระบบชีวิต ที่เหตุผลและปัจจัยในอดีตได้หล่อหลอม สรรสร้างขึ้นมา แล้วสืบต่อถ่ายทอดกันมาเรื่อย ๆ ในกลุ่มคนจนมีในสังคมเป็นประจำเด่นชัด วัฒนธรรมที่ดีเกิดจาก 1. ปัญญาที่ดี 2. ความพากเพียร บากบั่นที่ดี 3. เหตุปัจจัย องค์ประกอบที่ดี 4. ผลที่ได้รับ ได้อาศัยที่ดี 5. ความพ้นทุกข์ที่ดี (อริยสัจ) เป็นประโยชน์ตน ประโยชน์ท่านที่ดี 6. ความยั่งยืนนานที่ดี ________________________________________ เงินบุญ-เงินบาป “เงินคือ ตัวแทนทำให้เกิดบทบาทพลังงาน เงินถ้าไม่เคลื่อนที่ จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง กองนิ่งอยู่กับที่ จะมากอย่างไรก็คือเศษกระดาษเท่านั้นเอง” นโยบายการเงินของมูลนิธิ เราจึงไม่สะสม กักตุน พยายามสะพัดออก เทศก่อนฉัน 9 ม.ค.2537 ที่สันติอโศก “ธนาคารเป็นเจ้าหนี้ที่บาปหนาที่สุด และคนที่กู้เงินจากธนาคาร แล้วไปขูดรีดเอาจากสังคม เพื่อมาส่งธนาคาร คนนี้ก็บาปหนามากยิ่ง” เทศน์ก่อนฉัน 18 ธ.ค.2536 ที่ปฐมอโศก “คนทำบุญด้วยการเสียสละแรงงาน เป็นบุญที่บริสุทธิ์ เป็นบุญที่ได้โดยตรง ต่างจากคนเอาเงินมาทำบุญ ยังไม่รู้ว่าเงินที่ได้มานั้นบริสุทธิ์สะอาดเท่าไหร่” เทศน์ก่อนฉัน 9 ม.ค.2537 ที่สันติอโศก ต่าง ๆ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของทัศนคติที่พ่อท่านมี กับเรื่องการเงินในช่วงนี้ ก่อนหน้านี้ประมาณปี 2530 พ่อท่านได้ให้โศลกธรรมบทหนึ่งว่า “เทิดดอกบุญ ถล่มดอกเบี้ย” ชาวอโศกที่ศึกษาปฏิบัติกันมานานต่างรู้กันดีว่า พ่อท่านมีปกติตำหนิติเตียนความร่ำรวยจากการโกยโกย กักตุน เอารัดเอาเปรียบจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในสังคม ผลจากนโยบายหรือทัศนะเรื่องการเงินนี้ ทำให้ชาวอโศกที่ร่ำรวย พยายามหลีกเลี่ยงการอวด แสดงความร่ำรวย เบ่งข่มกัน ที่พยายามลดความร่ำรวยกันลงมาก็มีอยู่ไม่น้อย ที่ยังลดลงไม่ได้เลยก็มี แต่ชาวอโศกส่วนใหญ่ค่อนมาทางจน หรือมีน้อยมากกว่า และดูเหมือนว่าส่วนใหญ่ภาคภูมิใจกับการมีน้อย จนตีกลับ กลายเป็นอัตตามานะซ้อน ชอบอวดความมีน้อยกัน ถึงขั้นเอาความจนข่มความรวยก็มี เหล่านี้ล้วนคือธรรมชาติส่วนหนึ่งของสังคมผู้ปฏิบัติธรรมจริง ตัวอย่างการเสียสละ พ่อท่านไม่เคยใช้การบังคับให้ใครลดละด้วยวิธีการเลศเล่ห์ใด ๆ เลย มีแต่การพร่ำบอก พร่ำสอนพวกเราให้เกิดศรัทธา เกิดญาณปัญญา ลดละสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง 26 ธ.ค.2536 ที่ปฐมอโศก กรรมการกองทัพธรรมมูลนิธิท่านหนึ่ง อุตส่าห์สละการเอาเปรียบ นำเงินจากการขายหุ้นโรงพยาบาลมีชื่อแห่งหนึ่ง จำนวน 3,200,000 บาท มาถวายผ่านมือพ่อท่าน เพื่อให้พ่อท่านจัดสรรให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ตามความจำเป็นพิเศษ ซึ่งพ่อท่านก็แบ่งส่วนหนึ่งมาให้กับโครงการเตาเผาขยะที่ปลอดมลพิษ (ที่จริงต้องเรียกว่า เตาทอดขยะ แต่เกรงว่าคนจะไม่เข้าใจ จึงขอใช้คำว่าเตาเผาขยะไปก่อน) เรื่องเตาเผาขยะนี้ ที่ประชุมกรรมการและพนักงานบริษัทพลังบุญ จำกัดได้ตกลงอนุมัติบริจาคเงิน 200,000 บาท ให้กับโครงการเตาเผาขยะ จากการประชุม 20 ธ.ค.2536 ซึ่งโครงการนี้จะต้องใช้เงิน 600,000 บาท เพื่อสร้างเตาเผาขยะขนาด 300 กิโลกรัมในเวลา 3 ชั่วโมง จะได้แก๊สมีเทน ปริมาณแก๊สมีเทนที่ได้ขึ้นอยู่กับขยะที่ใช้เผา หากมีส่วนของพลาสติกมาก ก็จะได้แก๊สมีเทนมาก ขยะอื่น ๆ ที่เป็นกระดาษ เปลือกผลไม้ แม้แต่เส้นหญ้า เผาแล้วจะกลายเป็นถ่านหมด สำหรับขยะโลหะและแก้วเผาไม่ได้ ________________________________________ สหกรณ์บุญนิยม