У нас вы можете посмотреть бесплатно หอบรรพชน พิพิธภัณฑ์มีชีวิตจากจิตสำนึกรักแผ่นดินของจิตกรหนุ่มลำปาง или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
หัวข้อข่าว...พาชม “หอบรรพชน” จากสำนึกพระคุณบรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปลงเมือง ของจิตกรหนุ่มนำรายได้จากน้ำพักน้ำแรงของตนเองค่อยๆสร้างพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตพื้นบ้านล้านนา รวบรวมภูมิหลังของบรรพชนเจ้าผู้ครองล้านนาในยุคต่างๆ พร้อมของสะสมนักรบโบราณที่ออกศึกสู้รบกับศรัตรู ภายใต้เรือนไม้ล้านนาสไตส์ญี่ปุ่น วันนี้ผู้สื่อข่าวขอพาทุกท่านไปชมประวัติความเป็นมาของแผ่นดินล้านนาในยุคต่างๆซึ่งถูกรวบรวมไว้ที่นี่ ที่เรียกว่า “หอบรรพชน” ตั้งอยู่ติดกับถนนสายลำปาง-ห้างฉัตร บ้านยางอ้อย ม.4 ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยมี “อาจารย์พงษ์พรรณ เรือนนันชัย” จิตรกรภาพเขียนสีอะคริลิค ชาวลำปาง อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของและเป็นผู้ริเริ่มสร้าง “หอบรรพชน” แห่งนี้ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองจากอาชีพจิตกรวาดรูปซึ่งใช้เวลากว่า 10 ปีในการค้นคว้า ออกแบบ ก่อสร้าง รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ล้านนา มาไว้ที่นี่ อาจารย์พงษ์พรรณ เรือนนันชัย ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองสนใจงานศิลปะและประวัติศาสตร์ ตั้งแต่เด็กๆ แล้วเมื่อได้ศึกษาเพิ่มมากขึ้น จึงได้รู้ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นสวยงาม ประกอบกับที่เคยเดินทางไปต่างประเทศ ได้เห็นว่าประเทศ ต่างๆ ก็จะมี “หอบรรพชน” ซึ่งเป็นสถานที่ ที่บอกถึง ความภาคภูมิใจของบรรพชนบรรพบุรุษและแผ่นดินล้านนาและบ้านที่ตนเองเกิดก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจและอยากให้คนรุ่นต่อๆมาได้เรียนรู้และรำลึกนึกถึงบรรพชนที่แต่ละท่านได้สร้างบ้านแปลงเมืองให้เราได้อยู่ถึงวันนี้ว่ากว่าจะมีวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง อยากให้ทุกคนได้ภูมิใจในแผ่นดินเกิด จึงได้ตัดสินใจสร้าง “หอบรรพชน” และด้วยความชอบการตกแต่งของญี่ปุ่น บริเวณหอบรรพชนจึงดูคล้ายหอบรรพชนญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้ตั้งแต่ประตูทางเข้าซึ่งจะมีการตกแต่งด้วยธงผ้าดิบสีขาวและเขียนข้อความเป็นอักษรไทยล้านนาดูคลาสสิคอย่างมาก สำหรับภายในหอบรรพชน จะแบ่งเป็นโซน โซนแรกจะเป็นห้องด้านหน้า ซึ่งจะมีหอพระ และ มีหอบรรพชน ซึ่งถือว่าเป็ฯโซนที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยจะมีพระพุทธรูปสมัยโบราณและการจำลองภาพวาดของเจ้าผู้ครองนครล้านนาในยุคต่างๆ โดยอาจารย์พงษ์พรรณ ได้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์เจ้าผู้ครองนครล้านนาและเครื่องทรงต่างๆ และถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดได้อย่างสวยงามและสมพระเกียรติ โซนที่สอง เป็นเรือนกาแล เป็นบ้านไม้โบราณยกสูง ฝาผนังทำด้วยไม้ไผ่แตะสาน ภายในคล้ายพิพิธภัณฑ์ มีการแสดงชุดนักรบโบราณ ศาสตราวุธคู่กายนักรบ เครื่องรางของขลัง รวมถึงของใช้ส่วนตัวของนักรบซึ่งเป็นระดับแม่ทัพโบราณ ซึ่งเป็นของจริงที่สะสมไว้ และหาดูยาก รวมถึงผลงานของช่างตีดาบในยุคปัจจุบัน โซนที่สาม เป็นหอศิลป์ ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่โล่งรวบรวมผลงานด้านศิลปะ โดยเฉพาะงานจิตกรรม ของอาจารย์พงษ์พรรณ ได้มีการโชว์ “ดาบหลวงบรรพชน” ซึ่งมีความยาวกว่า 1 เมตร มีการสลักอักขณะลงบนดาบซึ่งเป็นคาถา “ยันต์ปโชตา” ซึ่งเป็นพระคาถาทางล้านนาที่เน้นพุทธคุณด้านการเปิดโลก เปิดแสงสว่าง ขจัดความมืดมิดและอุปสรรค นำมาใช้ลงดาบ หรือเขียนผ้ายันต์/เสื้อยันต์ เพื่อให้เกิดพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย และเป็นเมตตามหานิยม ไว้ทั้งสองด้านของดาบ บริเวณโดยรอบฝาผนังของอาคารจะมีการโชว์ภาพจิตกรรมที่ถ่ายทอดออกมาจากหนังสือพิชัยสงคราม อาทิ ภาพขบวนทัพของเหล่านักรบที่จัดขบวนนักรบออกรบในสงครามสมัยโบราณ ซึ่งก็จะมีการบอกไว้ถึงชื่อเรียกของแต่ละทัพและการวางตำแหน่งในการออกรบ เป็นต้น รวมถึงผลงานด้านจิตกรรมของอาจารย์ในหลายลักษณะซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ภาพวาดเกี่ยวกับวิถีชีวิตท้องถิ่นล้านนา ประวัติศาสตร์ พุทธศาสนา เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจุดนี้ยังเป็นสถานที่สอนงานด้านศิลปะให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ และเป็นสถานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชม “หอบรรพชน” แห่งนี้ด้วย ซึ่งเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงภูมิปัญญา ท้องถิ่นกับชาวบ้าน ซึ่งเดิมทีหมู่บ้านละวแกนี้จะเป็นหมู่บ้านตีดาบมาตั่งแต่โบราณ แต่ปัจจุบันก็ยังตีดาบอยู่แต่ไม่มากนัก