У нас вы можете посмотреть бесплатно ‘โรม’ ซัด ‘อนุทิน’ ขาดคุณสมบัติวิจารณ์น้ำมัน เลือกตั้งสกปรก-ฮั้ว สว. | 19 มี.ค. 69 или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สภาฯ เปิดประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสนอชื่อ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” 'โรม' อภิปราย 'อนุทิน' ขาดคุณสมบัติ "ไม่ซื่อสัตย์สุจริต" วิจารณ์การแก้ปัญหาน้ำมัน ชี้เลือกตั้งสกปรก และฮั้ว สว. 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรมีประชุมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรคเสนอชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ทางด้านพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชนได้เสนอชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนแคนดิเดตก่อนเปิดให้มีการลงมติ รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เห็นว่าอนุทินนั้นมีความเหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยยกประเด็นเรื่องวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการที่มีอนุทินเป็นนายกฯ ซึ่งเต็มไปด้วยการคอร์รัปชันอย่างมาก รังสิมันต์อธิบายว่า ปัญหาน้ำมันเถื่อนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน และเป็นโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีการนำเข้าน้ำมันจากประเทศต่าง ๆ อย่างผิดกฎหมายมาขายในไทย ซึ่งประเด็นน้ำมันนี้เกิดจากการทุจริต และเขามีข้อกังขาถึงความซื่อสัตย์สุจริตของอนุทิน ซึ่งต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตด้วย และอนุทินก็มีตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อบอกว่าน้ำมันพอแล้ว น้ำมันหายไปได้อย่างไร หากไม่มีนโยบายที่ทำให้เกิดการทุจริต และเขาจะบอกว่าอนุทินขาดคุณสมบัติเรื่องซื่อสัตย์สุจริต เขาเห็นว่าปัญหาเรื่องน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ เชื่อว่ารัฐบาลที่นำโดยอนุทิน รัฐบาลนี้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำมันแน่นอน แต่การที่มีวิกฤติแบบนี้แสดงให้เห็นว่าเกิดการทุจริตขึ้นภายใต้รัฐบาลอนุทินที่เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ ถ้าอนุทินยังเป็นนายกฯ ต่อไป อาจไม่มีคุณสมบัติในประเด็นซื่อสัตย์สุจริตพอ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ประเด็นต่อมา หลังจากผ่านการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 2569 เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่ไม่ได้มีแค่การซื้อเสียงหรือโกงการเลือกตั้ง แม้อาจสามารถชี้นิ้วว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ทำงานมีปัญหา แต่อนุทินเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งอย่างสุจริตได้ ก่อนการเลือกตั้ง มีการย้ายนายอำเภอ 250 ตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานที่ดีที่ฝ่ายบริหารจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นกลาง หากเป็นพรรคการเมืองอื่นทำแบบเดียวกัน การย้ายตำแหน่งอาจเป็นเรื่องยอมรับได้ หรือเป็นมาตรฐานที่ดีแล้ว แต่กรณีของอนุทินซึ่งเป็นนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่ดำเนินการก่อนการเลือกตั้งนั้น เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการโกงการเลือกตั้ง และไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 เช่นกัน อีกทั้งยังมีประเด็นฮั้ว สว. ซึ่งเป็นองค์กรที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกและตรวจสอบองค์กรอิสระ โดยการฮั้ว สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการฮั้ว สว.สีน้ำเงิน และอนุทินถูกกล่าวหาถึงเรื่องนี้ด้วย ซึ่งถือว่าอนุทินเป็นผู้ที่มีข้อกังขาถึงคุณสมบัติว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นการบ่อนทำลายการเลือก สว. ซึ่งทำให้ประชาชนเสียศรัทธา ทั้งที่อนุทินเป็นประมุขของฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย แต่จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเพียงกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้นได้หรือ ทั้ง 3 ประเด็นนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าอนุทินขาดคุณสมบัติซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 จึงขอให้เพื่อนสมาชิกพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจลงมติในวันนี้ #เลือกตั้ง69 #นายกคนที่32 #อนุทินชาญวีรกุล #ประชาไท #prachatai