У нас вы можете посмотреть бесплатно คลื่นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สุดไฮเทคแห่เข้าไทย 🇹🇭 или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ โดยขยับจากการเป็นเพียงฐานการประกอบส่วนปลาย (Downstream) ไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมต้นน้ำและกลางน้ำระดับโลก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ข้อมูลสรุปประเด็นสำคัญจากแหล่งข้อมูลมีดังนี้: 1. ยุทธศาสตร์และนโยบายระดับชาติ ประเทศไทยได้วางแผนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (2026-2050) โดยมีเป้าหมายหลักคือ: ดึงดูดการลงทุน: ตั้งเป้าเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 2.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2050 พัฒนาบุคลากร: สร้างแรงงานทักษะสูง 80000 คนภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 230000 คนภายในปี 2050 ผ่านโครงการ Semiconductor Sandbox นวัตกรรมต้นน้ำ: ส่งเสริมการออกแบบชิป (IC Design) ผ่าน National EDA Cloud และกองทุน MPW รวมถึงการก้าวสู่การผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) สิทธิประโยชน์: การส่งเสริมจาก BOI ในกลุ่ม A1+ และ A1 ซึ่งยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13-15 ปี เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบริษัทระดับโลก 2. บทบาทของบริษัทชั้นนำและเทคโนโลยีที่สำคัญ แหล่งข้อมูลระบุถึงผู้เล่นสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศนี้ในไทย: กลุ่มพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์: Delta Electronics เป็นผู้นำด้านการจัดการพลังงานและ "Green Data Center" โดยมีเทคโนโลยีเด่นอย่างระบบสำรองไฟแบบโมดูลาร์ และโซลูชันชาร์จ EV กลุ่มเทคโนโลยีแสงและโฟโทนิกส์: Fabrinet และ TeraHop เชี่ยวชาญด้าน Optical Transceivers ความเร็วสูง (ถึงระดับ 1.6T) สำหรับ AI Cluster และการผลิตชิ้นส่วนทัศนศาสตร์ความแม่นยำสูง Lumentum ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลาง R&D ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและออกแบบชิปโฟโทนิกส์แห่งแรกในไทย กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และส่วนประกอบ: Sony (SDT) ผลิตเซนเซอร์ภาพสำหรับยานยนต์ (ADAS) และเลเซอร์ไดโอดสำหรับศูนย์ข้อมูล AI NXP และ Analog Devices ใช้ไทยเป็นฐาน Backend (Assembly & Test) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Murata ครองส่วนแบ่งตลาดโลกในด้าน MLCC (ตัวเก็บประจุ) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสมาร์ทโฟน 5G และ EV Infineon ปรับกลยุทธ์มุ่งสู่สินค้า High-end โดยสร้างโรงงานใหม่ในสมุทรปราการเพื่อผลิตชิปพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำและแม่นยำสูง: FT1 (Hana & PTT): โครงการประวัติศาสตร์สร้างโรงงานผลิตชิป Silicon Carbide (SiC) แห่งแรกในไทย ซึ่งทนความร้อนสูงและประหยัดพลังงาน SAM Precision: ขยายจากชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์สู่การผลิตโครงเครื่องยนต์อากาศยาน (Engine Case) สำหรับ Airbus และ Boeing SPEA และ Oerlikon: มุ่งเน้นเครื่องทดสอบอัตโนมัติสำหรับชิปยุคใหม่ และเทคโนโลยีการเคลือบผิวเพื่อยืดอายุชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 3. นิเวศวิทยาเชิงพื้นที่ (Clusters) การลงทุนมีการกระจายตัวในพื้นที่ยุทธศาสตร์หลัก: อยุธยาและปทุมธานี: ศูนย์กลางดั้งเดิมที่มีความหนาแน่นของโรงงานและสถาบันวิจัยสูง EEC (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา): ถูกวางให้เป็น Superstructure สำหรับอุตสาหกรรมไฮเทคและฮับขนส่งระดับโลก ภาคเหนือ (ลำพูน): ฐานการผลิตสำคัญของ Murata และโรงงานผลิตเวเฟอร์ของ FT1 4. ความท้าทายในอนาคต แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ไทยยังต้องเผชิญกับอุปสรรค 4 ประการ: การขาดแคลนบุคลากรทักษะสูง: ความต้องการวิศวกรเฉพาะทางยังสูงกว่าอุปทานในตลาด ภัยธรรมชาติ: ความกังวลด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2011 การปรับตัวสู่ Green Manufacturing: ความจำเป็นในการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตามมาตรฐานโลก (ESG/CBAM) ภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขัน: การแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนามและมาเลเซียที่ได้รับการอุดหนุนทางการเงินโดยตรงจากภาครัฐ สรุปได้ว่า ประเทศไทยกำลังใช้ความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นกลางและความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานเดิมในการก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มออปโตอิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์กำลัง หัวข้อเรื่อง "Silicon Carbide (SiC)" ของโครงการ FT1 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของไทยเลยครับ สนใจให้ผมช่วยเปรียบเทียบ "ข้อดีของชิป SiC เมื่อเทียบกับชิปซิลิคอนแบบเดิมในรถยนต์ EV" เพิ่มเติมไหมครับ?