У нас вы можете посмотреть бесплатно มีไฟฟ้าเพียบ ทำไมบิลยังโหด? ผ่าความจริงโรงไฟฟ้าไทย สร้างไว้รอ แต่เชื้อเพลิงไม่พอ или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
มีไฟฟ้าเพียบ ทำไมบิลยังโหด? ผ่าความจริงโรงไฟฟ้าไทย สร้างไว้รอ แต่เชื้อเพลิงไม่พอ ทำไมเรามีโรงไฟฟ้าเพียบ แต่ค่าไฟยังพุ่ง? ตีแผ่ความจริงเรื่อง "โรงสีไม่มีข้าว" และทางออกที่จะทำให้คุณไม่ต้องจ่ายค่าไฟแพงอีกต่อไป! “...เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมบิลค่าไฟในมือท่านถึงแพงเอาๆ ทั้งที่เรามีโรงไฟฟ้าผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด? คำตอบไม่ได้อยู่ที่เราผลิตไฟไม่พอ แต่มันเจ็บปวดตรงที่เรา "สร้างโรงสีข้าวขนาดยักษ์ไว้รอ แต่ในนาไม่มีข้าวให้เกี่ยว!" นี่ไม่ใช่เรื่องตลก แต่นี่คือกับดักโครงสร้างพลังงานไทยที่เรากำลังติดหล่ม เมื่อก๊าซในอ่าวไทยเริ่มแห้งเหือด เราเลยต้องจำใจนำเข้าเชื้อเพลิงราคาแพงจากต่างประเทศมาป้อนโรงไฟฟ้า เปรียบเหมือนการสั่ง "ข้าวเปลือกแช่แข็ง" ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสี ทั้งต้นทุนสูง ทั้งผันผวน แล้วภาระนั้นก็ตกมาอยู่ที่ "ค่า Ft" ในบิลของพวกเราทุกคน... แต่วันนี้ เรามีทางออกที่เจ๋งกว่านั้น!...” ผ่าตัดต้นตอ: วิกฤตโรงสีที่ไร้ข้าวเปลือก จากการพูดคุยกับ คุณภาณุรัช ดำรงไทย (พี่ปุ๊) ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ฉายภาพให้เห็นชัดเจนว่า ต้นทุนค่าไฟเฉลี่ย 4 บาทกว่าที่เราจ่ายกันอยู่นั้น มาจากความบิดเบี้ยวของการบริหารจัดการ เราพึ่งพาโรงไฟฟ้าก๊าซมากเกินไป พอแหล่งก๊าซในประเทศ (เปรียบเหมือนข้าวหอมมะลิก้นยุ้ง) เริ่มหมด เราก็ต้องนำเข้า LNG หรือก๊าซธรรมชาติเหลว (เปรียบเหมือนข้าวเปลือกแช่แข็ง) เข้ามา ซึ่งแพงหูฉี่! "วิกฤตค่าไฟไทยเหมือนกับเราสร้างโรงสีข้าวขนาดใหญ่ไว้รอ แต่ในนาไม่มีข้าวให้เกี่ยว จึงต้องสั่งซื้อข้าวเปลือกแช่แข็งราคาแพงจากเมืองนอกมาสี ทางแก้จึงไม่ใช่การสร้างโรงสีเพิ่ม แต่คือการเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่ปลูกเองได้" ทางรอดระยะสั้น: "ปฏิวัติโซลาร์เซลล์" เปลี่ยนคนซื้อเป็นคนขาย เลิกคิดภาพโซลาร์เซลล์แบบเดิมๆ ที่ต้องกำเงินแสนไปติดบนหลังคาได้เลยครับ เพราะทางออกใหม่คือ "นวัตกรรมโซลาร์เซลล์ชุมชน" ที่จะเปลี่ยนระบบ "ซื้อบ้าน" เป็น "เช่าบ้าน" • โมเดล PPA ภาคประชาชน: เอกชนเป็นคนลงทุนติดให้ เราแค่ "เช่าใช้" จ่ายค่าไฟถูกลง ไม่ต้องควักเงินก้อน • ระบบ Power Bank ชุมชน: ใช้แบตเตอรี่เก็บไฟตอนกลางวัน ไว้ใช้กลางคืน หรือแชร์ไฟให้บ้านข้างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ตัดปัญหาไฟเหลือทิ้ง • ตัดวงจรค่าสายส่ง: ผลิตเอง ใช้เองในชุมชน ไม่ต้องลากสายไกลๆ ตัดต้นทุนแฝงได้ทันที ผลลัพธ์: ค่าไฟสามารถกดลงมาให้ ต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอกฎหมายใหม่ เพียงแค่เอกชนกับชุมชนจับมือกัน! ทางรอดระยะยาว: เจาะขุมทรัพย์ "ความร้อนใต้พิภพ" อันนี้ไฮไลท์เด็ดครับ หลายคนอาจนึกถึงน้ำพุร้อนต้มไข่ แต่เทคโนโลยีวันนี้มันล้ำไปไกลกว่านั้น นี่คือ "หม้อต้มน้ำขนาดยักษ์ที่ฝังอยู่ใต้โลก" ที่ธรรมชาติเตรียมฟืนไว้ให้เราฟรีๆ ตลอด 24 ชั่วโมง • เทคโนโลยีหินร้อนแห้ง (Hot Dry Rock): เจาะลึกลงไป 3-4 กิโลเมตร อัดน้ำลงไปรับความร้อน 180-200 องศาฯ แล้วเอาไอน้ำมาปั่นไฟ (ระบบปิด ปลอดภัย ไม่รบกวนหน้าดิน) • ถูกกว่านิวเคลียร์: ต้นทุนผลิตต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย แถมค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า (CAPEX) ถูกกว่านิวเคลียร์ 3-4 เท่า และไม่มีความเสี่ยงเรื่องรังสี • ทำได้จริงในไทย: พื้นที่ศักยภาพเพียบ! ทั้งแนวเทือกเขาฝั่งตะวันตก (ระนอง), ภาคเหนือ, หรือแม้แต่ภาคตะวันออก (EEC) "เปรียบเทียบง่ายๆ การผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพ ก็เหมือนกับหม้อต้มน้ำขนาดยักษ์ที่ฝังอยู่ใต้โลก โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อเชื้อเพลิงมาต้มเหมือนโรงไฟฟ้าแก๊ส... โลกเตรียมไฟไว้ให้เราฟรีๆ ตลอด 24 ชั่วโมง" ขอสรุปให้ฟังแบบคนกันเองครับ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่นโยบายหาเสียง แต่มันคือ "ความอยู่รอดของกระเป๋าตังค์เรา" ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเรายังยึดติดกับโมเดลเดิมๆ (นำเข้าก๊าซ) เราก็เหมือนคนกินข้าวแกงที่ต้องรอลุ้นว่าวันนี้ป้าคนขายจะขึ้นราคาตามค่าแก๊สไหม? แต่ข้อเสนอเรื่อง โซลาร์เซลล์ชุมชน และ ความร้อนใต้พิภพ คือการที่เราหันมา "ปลูกผักสวนครัวกินเอง" และ "ขุดน้ำบาดาลใช้เอง" แม้ช่วงแรกต้องลงทุนลงแรงขุดเจาะหรือวางระบบบ้าง แต่ระยะยาวเราจะได้เลิกเป็นทาสราคาตลาดโลก และมีเงินเหลือในกระเป๋าไปทำอย่างอื่นอีกเยอะ ที่สำคัญ มันคือเทคโนโลยีที่ "ทำได้เลย" ไม่ต้องรอถนนลูกรังหมดไปจากประเทศ! ทางออกของวิกฤตพลังงานไทยไม่ใช่ทางตัน และไม่ใช่การรอความหวังจากพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่ยังคุยกันไม่จบ แต่มันอยู่ "บนหลังคาบ้าน" และ "ใต้ฝ่าเท้า" ของเรานี่เอง อยู่ที่ว่าผู้มีอำนาจจะกล้า "ทุบหม้อข้าวใบเก่า" แล้วหันมาใช้หม้อใบใหม่ที่ประหยัดและยั่งยืนกว่าหรือไม่? แล้วคุณล่ะครับ... ถ้าเลือกได้ ระหว่าง "ยอมจ่ายค่าไฟแพงเพื่ออุ้มโรงไฟฟ้าเก่า" กับ "เปิดทางให้เอกชนลงทุนทำไฟถูกขายแข่งกันเอง" คุณจะเลือกแบบไหน? คอมเมนต์มาคุยกันหน่อยครับ! ทีมข่าว #สืบเศรษฐกิจ รายงาน