У нас вы можете посмотреть бесплатно 'อาสาชุดแดง' เล่าเหตุการณ์ แจงเหตุส่งผู้ป่วยไป รพ.ไกล ประเมินอาการแล้ว ยันไม่ได้ค่าเคส или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
มูลนิธิเพชรเกษม แจง ไม่ได้ค่าเคส นำส่งผู้ป่วยโรคหัวใจ ผิด รพ. ชี้ประเมินตามหลักการแพทย์ฉุกเฉิน ถามผมผิดอะไร ยืนยันทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว กรณีเพจหม่อมถนัดด่า โพสต์ข้อความและภาพของอาสาสมัครกู้ภัยชุดแดง เข้ามารับตัวผู้ป่วยที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระรามเก้า ซึ่งผู้ป่วยมีอาการวิกฤตจำเป็นต้องใช้รถพยาบาลชั้นสูงที่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต แต่นำผู้ป่วยไปส่งเอง ซึ่งญาติแจ้งว่าต้องการให้ไปส่งโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ห่างออกไป ไม่ถึง 2 กิโลเมตร โดยใช้สิทธิ์ยูเซป (UCEP) แต่อาสากู้ภัยไม่ฟัง พาไปส่งโรงพยาบาลแถวทองหล่อ ปรากฏว่าไปถึงแพทย์แจ้งว่าผู้ป่วย หัวใจขาดเลือด เกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล และให้นำส่งโรงพยาบาลที่มีความพร้อมกว่า ทำให้เสียเวลาไปอีก 2 ชั่วโมง กว่าจะถึงมือแพทย์ที่รักษาได้ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.68 ทีมข่าวได้เดินทางมาที่มูลนิธิเพชรเกษม และได้พูดคุยกับทาง นายนิรุต หรือ คุณตี๋ อาสามูลนิธิเพรชเกษม คนขับรถกู้ชีพในวันเกิดเหตุ และ นายชลายุทธ์ สังข์คุ้ม กรรมการมูลนิธิเพรชเกษม (ดูแลเรื่องวินัย) รวมถึงเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยที่อยู่ในวันเกิดเหตุ ได้เปิดใจกับทีมข่าว และได้ชี้แจงในหลายประเด็น ด้าน นายนิรุต หรือ คุณตี๋ อาสามูลนิธิเพรชเกษม เล่าว่า ตัวเองได้รับแจ้งเหตุผ่านทางช่องทางไลน์ ที่อาสากู้ภัยส่งต่อกันมา พร้อมบอกว่าตนเองผ่านการการอบรมระบบการแพทย์ฉุกเฉินมามีทั้งใบอบรม และใบอนุญาตในการขับยานพาหนะซึ่งเป็นรถพยาบาล ตนเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ได้รับแจ้งไปว่ามีป่วยอยู่ คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ ถึงเวลาบ่าย 2 โมงกว่า ๆ พอไปถึงก็วนหาที่จอดรถเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ด้านทีมงานอาสาสมัครกู้ภัยก็ได้เดินทางขึ้นไปยังห้องที่มีผู้ป่วย และประเมินอาการผู้ป่วยเบื้องต้น จากนั้นนิติบุคคลก็ได้ให้ตนที่เดินขึ้นมาภายหลัง คุยโทรศัพท์กับทางศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี และได้มีการประสานงานกันว่าทางโรงพยาบาลราชวิถีจะมีการส่งรถกู้ชีพของโรงพยาบาลมาที่เกิดเหตุหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นก็ได้มีการรายงานอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยไปให้ทางโรงพยาบาลราชวิถีรับทราบแล้ว ต่อมาเพื่อนข้างห้อง หรือคุณกั๊กบอกกับทางเจ้าหน้าที่ว่าญาติต้อรผู้ป่วยไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน โดยที่คุณกั๊ก ยืนยันว่าอยากจะให้ไปที่โรงพยาบาล พระราม 9 หรือ รพ.พญาไท ไม่เอาโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งในระหว่างนั้นตนยังมีการคุยสายกับทางกู้ชีพนเรนทรอยู่ จึงได้ถามเพื่อยืนยันว่าจะจัดส่งรถกู้ชีพออกมาหรือไม่ ทางโรงพยาบาลราชวิถีตอบกลับมาว่าหากญาติต้องการให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยก็ให้ดำเนินการเช่นนั้น ตนจึงได้นำผู้ป่วยเคลื่อนย้าย ขึ้นบนรถกู้ชีพของของตนเอง และทำการให้ออกซิเจนแก่ผู้ป่วย พร้อมบอกว่าในขณะนั้นอาการของผู้ป่วยยังไม่ได้อยู่ในขั้นวิกฤต ยังสามารถสื่อสารได้ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้มีการถามย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าการที่ไปโรงพยาบาลพระราม 9 ใครจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย คุณกั๊ก บอกว่าทางญาติบอกว่าจะดูแลเอง และจะใช้สิทธิ์เงินสดจ่ายเอง ตนจึงตั้งใจจะพาคนป่วยไปส่งที่โรงพยาบาลพญาไทตามที่ต้องการ แต่ระหว่างทางที่จะไปโรงพยาบาลพญาไทนั้น รถติดมากจึงประเมินสถานการณ์หากไปโรงพยาบาลคามิเลียนน่าจะใช้เวลารวดเร็วกว่า โดยใช้เวลาในการเดินทางไปที่โรงพยาบาลดังกล่าวใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็ไม่เกิน 15 นาที ก็ถึงโรงพยาบาล ในระหว่างที่นำตัวคนป่วยไปส่งที่โรงพยาบาลก็ได้มีการพูดคุยกับภรรยาของผู้ป่วย ยืนยันว่าได้แจ้งกับภรรยาผู้ป่วยแล้ว และภรรยาผู้ป่วยก็พยักหน้ารับทราบว่าจะนำตัวผู้ป่วยไปส่งที่โรงพยาบาลคามิเลียน โดยที่ภรรยาไม่ได้ระบุว่าจะต้องไปโรงพยาบาลที่ไหนบอกเพียงแค่ว่าให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และแจ้งข้อมูลแค่เพียงว่าผู้ป่วยเคยเข้ารับยาเป็นประจำที่โรงพยาบาลราชวิถีเท่านั้น พอไปถึงโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลก็รับตัวผู้ป่วยไปดูแลซึ่งหน้าที่ของตนก็หมดเพียงแค่เท่านั้น และขณะนั้นภรรยาได้มีการขอบคุณที่นำสามีมาส่งที่โรงพยาบาล ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าการเลือกนำผู้ป่วยมาส่งโรงพยาบาลดังกล่าวเป็นเพราะมีเรื่องของค่าเคสเข้ามา ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยได้รับค่าเคสจากโรงพยาบาลดังกล่าวเลย ส่วนสาเหตุที่ไม่นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล พระราม 9-พญาไท นั้นเนื่องจากจากการประเมิน อาการของผู้ป่วยไม่ได้เข้าขั้นวิกฤต และไม่เข้าข่ายการใช้สิทธิ UCEP หากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูง ยอมรับว่าตนเองไม่เคยนำผู้ป่วยไปส่งที่โรงพยาบาลพระราม 9 มาก่อน พร้อมยืนยันว่าตนเองได้ทำการประเมินตามหลักการแพทย์ฉุกเฉิน และประเมินหน้างานอย่างดีที่สุดแล้ว ส่วนที่ระบุว่า ทำให้การรักษาผู้ป่วยนั้นล่าช้าไปถึง 2 ชั่วโมง ในส่วนนี้ตนที่เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเป็นหน้าที่ของทางโรงพยาบาลที่จะประสานกันเอง พร้อมถามว่าตนผิดอะไร เพราะหน้าที่ของตนมีเพียงเท่านี้ ยืนยันว่าทำหน้าที่ของตนเองดีที่สุดแล้ว อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/weeke... ------------------------- #เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ (MorningNews Weekend) วันที่ 5 มกราคม 2568 ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่ ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/mor... facebook : / morningnewstv3 Twitter : / morningnewstv3 YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3 Tiktok : / morningnewsch3