У нас вы можете посмотреть бесплатно "ทนายอั๋น" ร้อง DSI แจ้งจับ 7 กกต.-เลขาฯ แสวง ผิด ม.157 ปมจัดเลือกตั้งปี 69 ส่อไม่โปร่งใส или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.พ. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมภาคประชาชน กลุ่ม สว.สำรอง รวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ กกต. กรณีจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 และวันที่ 22 ก.พ.69 เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระ จึงประสงค์ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำการสืบสวนสอบสวน เรียกสอบพยานพยานบุคคล รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว โดยมี นายนทีธร มีชัย รองผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง โดยทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนคือประขาชน ผู้ที่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ไม่ใช่คนของพรรคการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น มีความประสงค์ขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง ในข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 และวันที่ 22 ก.พ.69 ที่เข้าข่ายไม่สุจริตเที่ยงธรรม ทำให้เกิดบัตรเขย่งหลักหลายแสนใบ มีการนับคะแนนผิดปกติ กปน. มุดเข้าไปเขียนขีดคะแนน กรณีที่มีการนำถุงดำไปคลุมกล้องวงจรปิด มีการนำเอาใบขีดนับคะแนนไปทิ้งในกองขยะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่ามีคนได้ไปร้องเรียนที่ กกต. เกือบ 7,000 เรื่องแล้ว มีข้อครหาสำคัญคือการใช้บัตรพิเศษ ซึ่งตนไม่รู้ว่าความพิเศษนี้เอื้ออำนวยให้ใครหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีของการปรากฏสัญลักษณ์ QR Code และ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมันจะย้อนกลับไประบุตัวตนของผู้ที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้หรือไม่ ไม่ว่าใครก็ตาม รู้ได้ว่าคนนั้นเลือกใคร มันไม่เป็นผลดี ดังนั้น พฤติการณ์เหล่านี้ทาง กกต. ควรดำเนินการไต่สวนและสืบสวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงเพื่อเป็นอันยุติ แต่วานนี้ (25 ก.พ.) กกต. รัฐทำตัวเป็นสีดาลุยไฟด้วยกันบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมแล้ว อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.สส.ฯ มาตรา 124 ประกาศรับรองผล สส.เขต 396 ราย แต่ในความเป็นจริงพวกเรามองว่าข้อเท็จจริงควรได้รับการสืบสวนและไต่สวนก่อน เพราะว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ตนอยากถามพี่น้องประชาชนว่ามันมีเหตุอันควรเชื่อหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงมันก็ปรากฏให้เห็นอยู่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นพฤติการณ์การเลือกตั้งที่สกปรกโสโครกที่สุด แต่ กกต. ยังอ้างว่าเป็นการเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบแล้ว เราจึงยอมรับไม่ได้ ทั้งนี้ เขาบอกกะนว่าสังคมจะเลวร้ายเพราะคนดีอ่อนแอไม่กล้าแสดงตัว แต่ในวันนี้พวกเรามาแสดงตัวแล้ว และเราแสดงตนว่าเป็นปฏิปักษ์กับ กกต. ยืนยันว่าไม่กลัว ตนจึงขอให้ดีเอสไอรับสืบสวนเป็นคดีพิเศษ ทนายอั๋น เผยอีกว่า มีคนบอกว่าดีเอสไออยู่ใต้ชายคากระทรวงยุติธรรม เห็นหรือไม่ว่าในคดีฮั้ว สว. กลับสะดุดพอมีรัฐบาลใหม่มา คนสงสัยว่าทำไมตนยังมาร้องให้ดีเอสไอทำ ในวันนี้ตนจึงนำเอกสารเส้นทางการเงินบางส่วนที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน มาพูดให้ฟังเบื้องต้น เพราะอยากถามอธิบดีดีเอสไอว่าเหตุใดจึงไม่ออกหมายเรียก นอกจากหมายเรียกผู้ต้องหา 8 รายก่อนหน้านี้ เพราะทางอัยการคดีพิเศษก็ได้ทำหนังสือมาถึงดีเอสไอไปก่อนแล้ว ในส่วนนี้ตนมองว่า หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือเป็นการทำสำนวนชุ่ย ๆ ได้อย่างไร อธิบดีดีเอสไอจะจำได้หรือไม่ว่าตนเคยมานำเสนอแผนผังเส้นทางการเงินของคนในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นอำนาจเจริญคอนเน็คชั่น จนเป็นเหตุทำให้พนักงาน กกต. 1 รายถูกไล่ออก เพราะในตอนนั้นมีหลักฐานว่ามีคนในขบวนการฮั้ว สว. นำเงินไปให้เจ้าหน้าที่ กกต. คนดังกล่าวจำนวน 800,000 บาท และหลังจากนั้นตนยังออกมาเปิดเผยอีกว่าเส้นทางการเงินของคนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือที่เรียกว่าสุราษฎร์ธานีคอนเน็คชั่น มันได้โยงใหญ่ไปถึงพื้นที่ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้อย่างไร มันโยงใยกันหมด โดยเฉพาะคนในจังหวัดอำนาจเจริญ และมีการโอนเงินหลากหลายแสนบาทไปยังคนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เครือข่าย 8 ผู้ต้องหา) หลายกรรมหลายวาระต่างกัน ซึ่งเส้นเงินทั้งหมดเหล่านี้ตนจะนำมาเปิดเผยในสัปดาห์หน้า ฉะนั้น จึงขอให้อธิบดีดีเอสไอออกหมายเรียกพวกคนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญมาสอบปากคำด้วย พฤติการณ์ของ กกต. ที่ได้ประกาศรับรองผล สส.เขต 396 คน ตนมีความรู้สึกว่าเหมือนเป็นสีดาลุยไฟ ซึ่งหลักการจริง ๆ ของสีดาลุยไฟก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง แต่กับ กกต. นั้นไม่ใช่ แทนที่ กกต. จะหาคนมาสาธิต หรือหานักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ มาเป็นพยาน ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มันเป็นความลับอย่างไรบ้าง แต่ กกต. กลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และยังเหยียบหน้าคนไทยด้วยการประกาศรับรองผล สส. เขต นอกจากนี้ 26 ก.พ.69 สว. จะมีการลงมติให้ความเห็นชอบแก่ กกต. 2 คน ที่จะมาทดแทนสองคนก่อนหน้านี้ ดังนั้น เครือข่ายสีเดียวกัน ก็จะมี กกต. จากเดิม 3 ราย เป็น 5 ราย