У нас вы можете посмотреть бесплатно หลวงปู่อ่อง ถาวโร เมตตาเทศน์สอนนาคปุล นาคกันย์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
หลวงปู่อ่อง ถาวโร เป็นพระมหาเถระ พระเกจิอาจารย์ชั้นแนวหน้าของภาคตะวันออก ท่านมีวัตรปฏิบัติงดงามที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ปัจจุบันท่านอายุ 87 ปี จำพรรษาอยู่ที่วัดธรรมสุขสว่าง ต. เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ปกติท่านไม่ได้เทศน์สอนนาคมาหลายปี ยกเว้นในกรณีพิเศษเช่นเจ้าอาวาสไม่อยู่เหมือนอย่างในกรณีนาคปุล นาคกันย์นี้ ซึ่งนับเป็นกรณีที่เกิดขึ้นยากยิ่งในปัจจุบัน แม่นุ่มจึงได้บันทึกวีดีโอและนำมาเผยแพร่เป็นธรรมทานค่ะ ประวัติโดยย่อของหลวงปู่อ่อง นามเดิมท่านชื่ออ่อง นัดสันเทียะ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2481 ที่บ้านหนองขุ่น ต.ขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ นครราชสีมา จบการศึกษาภาคบังคับที่ รร.รักราษฎร์รังสรรค์ ชีวิตวัยเด็กค่อนข้างลำบาก ท่านได้ขอครอบครัวเข้าเป็นศิษย์วัดเรียนรู้ธรรมตั้งแต่ยังเด็ก อายุ 15 ปี เข้าบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดหนองขุ่น ต.ขามทะเลสอ ศึกษาพระธรรมวินัย พระปริยัติธรรม แผนกนักธรรม สามารถสอบได้นักธรรม ตรี-โท-เอก ได้ตามลำดับ พศ 2503 อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหนองขุ่น หลังอุปสมบทท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองขุ่น ต่อมาได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระปริยัติแผนกบาลีไวยากรณ์ ต่อมาท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก และย้ายมาจำพรรษสที่วัดศาลาลอย อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และย้ายมาจำพรรษาที่วัดสิงห์บางกระจะ ต.บางกระจะ อ.เมือง จ.จันทบุรีเพื่อศึกษาอบรมวิปัสนากรรมมัฏฐานกับพระครูวรพรตบริหาร (วร วราลโย)ท่าศึกษาพระปริบัติธรรมแผนกบาลีไวยากรณ์ สามารถสอบได้ประโยค 1-2 และได่กราบลาพระครูวรพรตบริหารเพื่อออกธุดงค์ค้นหาครูบาอาจารย์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม พศ 2514 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเขาวงกต และท่านได้ขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสในปี 2518 เพื่อปลีกวิเวกธุดงค์ไปบ้านหนองแหวน 1 เดือนและเดินธุดงค์กลับมายังถ้ำเขาวงกต พศ 2522 คณะสงฆและทายกทายิกานิมนต์ให้ท่านกลับมารับตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งผ่านไปเพียง 2 ปีท่านได้ขอลาออกเพื่อปลึกวิเวก พศ.2530 จั่น สุขสว่าง ถวายที่ดิน 4 ไร่ 2 งานเพื่อให้หลวงปู่ใช้เป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรม หลวงปู่อ่องท่านเป็นคนที่ชอบอยู่สันโดดอยู่องค์เดียว ปฏิปทาของท่านที่ดำเนินมานั้น ท่านได้ยึดการภาวนา โดยใช้การกำหนดลมหายใจเข้า หายใจออก ตามที่ครูบา อาจารย์ได้อบรมสั่งสอนมา ท่านเคยอยู่ที่วัดป่าหนองน้ำขุ่น อยู่กับพระครูศรีสังวร ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของ พระครูญาณโสภิต( หลวงปู่มี ญาณมุนี ) วัดป่าสูงเนิน จ.นครราชสีมา หลวงปู่มีเป็นพระสำคัญองค์หนึ่ง ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ฝ่ายมหานิกาย หลวงปู่มั่นเป็นอาจารย์ใหญ่ของพระในยุคปัจจุบัน มีลูกศิษย์เป็นพระสำคัญในยุคปัจจุบันมากมาย พระที่เป็นลูกศิษย์ท่าน มีทั้งฝ่ายมหานิกาย และนิกายธรรมยุติ ที่เป็นฝ่ายธรรมยุติก็เช่น หลวงปู่สิงห์ หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ขาว หลวงตามหาบัว เป็นต้น ส่วนฝ่ายมหานิกายก็มี หลวงปู่มี หลวงปู่ชา เป็นต้น หลวงตามหาบัวท่านเคยกล่าวถึงหลวงปู่มีว่า เป็นเพชรน้ำหนึ่งของฝ่ายมหานิกาย หลวงพ่ออ่องท่านจะปฏิบัติตามครูบาอาจารย์ที่ท่านเคยได้ไปศึกษามา วัดป่าหนองน้ำขุ่นที่ท่านอยู่ๆที่ จ.นครราชสีมา วัดนั้นจะอยู่ใกล้กับวัดหลวงปู่มีเวลาท่านจะลงโบสถ์ท่านก็ไปลงโบสถ์ที่วัดหลวงปู่มี เวลาท่านมีปัญหาในการปฏิบัติท่านมักจะไปถามขอสงสัยจากหลวงปู่มี ซึ่งการปฏิบัติจะเน้นแนวทางของสายพระป่า แม้นท่านจะเป็นมหานิกายก็ตาม ท่านมีความมุ่งมั่นที่จะได้ปฏิบัติเพื่อที่จะได้พบธรรมะอันประเสริฐขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่เป็นสามเณรแล้ว ท่านตั้งจิตปรารถนาว่าจะไม่กลับมาเกิดอีก ท่านปฏิบัติอยู่ในพระพุทธศาสนามาหลายปีแล้ว ธรรมะที่ท่านเทศน์มีประโยชน์สำหรับผู้แสวงบุญอย่างแท้จริง ซึ่งตรั้งหนึ่งนานมากแล้วที่แม่นุ่มมีโอกาสได้ไปกราบหลวงปู่อ่องและขอให้ท่านไขความกระจ่างในข้อธรรมที่สงสัยและเหตุผลในการที่ท่านมาอยู่ที่ถ้ำหลวงพ่ออ่อง ท่านได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า ท่านลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสเพราะรู้สึกว่าฟุ้ง ทุกข์ ซึ่งถ้าทนอยู่ต่อท่านคงป่วยและฝากข้อคิดไว้ว่า อยากเป็นเปรตให้เป็นมัคนายก อยากตกนรกให้เป็นสมภาร