У нас вы можете посмотреть бесплатно วิ แพ่ง 11 คำพิพากษาและคำสั่ง или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สรุปเนื้อหาจากคำบรรยายครั้งที่ 11 (วิชาสัมมนากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง) ซึ่งครอบคลุมขั้นตอนกระบวนพิจารณาหลังจากยื่นคำคู่ความแล้ว โดยแบ่งเป็นหัวข้อหลักได้ดังนี้ครับ 1. วันนัดพร้อมและการไกล่เกลี่ย (Settlement & Mediation) เมื่อศาลรับคำฟ้องและคำให้การแล้ว ศาลจะกำหนด "วันนัดพร้อม" ซึ่งเป็นวันแรกที่คู่ความและศาลมาเจอกัน วัตถุประสงค์ เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย (มาตรา 19, 20) เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นที่ยังไม่เห็นพยานหลักฐานของอีกฝ่าย โอกาสประนีประนอมมีสูงกว่าช่วงสืบพยานไปแล้ว กระบวนการ ศาลอาจไกล่เกลี่ยเองหรือตั้ง "ผู้ประนีประนอม" (คนนอกที่มีความเชี่ยวชาญ) ช่วยไกล่เกลี่ย หากตกลงกันได้มักจบด้วยการ "ถอนฟ้อง" หรือ "พิพากษาตามยอม" (มาตรา 138) ซึ่งอย่างหลังดีกว่าเพราะบังคับคดีได้เลยหากผิดสัญญา การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง (มาตรา 20 ตรี) เป็นช่องทางใหม่ (ปี 2563) ที่ให้คู่พิพาทร้องขอไกล่เกลี่ยได้โดยไม่ต้องฟ้องคดี หากไม่สำเร็จ กฎหมายขยาย "อายุความ" ให้ 60 วันนับแต่วันที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง 2. การชี้สองสถาน (Settlement of Issues) หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ จะเข้าสู่ขั้นตอนการชี้สองสถาน (มาตรา 182) เพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบ ข้อยกเว้น (ไม่ต้องชี้สองสถาน) จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ, จำเลยยอมรับตามฟ้อง, ปฏิเสธลอยๆ (ไม่มีเหตุผล), คดีมโนสาเร่, หรือศาลเห็นว่าชี้ขาดข้อกฎหมายได้เลยโดยไม่ต้องสืบพยาน กระบวนการ (มาตรา 183) ศาลจะสอบถามคู่ความ ข้อเท็จจริงใดยอมรับกันให้ยุติไป ส่วนที่โต้แย้งให้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท ผลของการไม่มาศาล (มาตรา 183 ทวิ) หากคู่ความไม่มาวันชี้สองสถาน ให้ถือว่าทราบกระบวนพิจารณาแล้ว และ "ไม่มีสิทธิคัดค้าน" ประเด็นที่ศาลกำหนด เว้นแต่มีเหตุจำเป็น 3. หลักเกณฑ์การนั่งพิจารณา (Hearing Principles) การนั่งพิจารณา (เช่น สืบพยาน) ต้องปฏิบัติตามมาตรา 35 และ 36 หลักการ ต้องกระทำในศาล, ในเวลาราชการ, โดยเปิดเผย และต่อหน้าคู่ความ ข้อยกเว้น พิจารณาลับ ศาลสั่งห้ามคนเข้าฟังได้ในคดีครอบครัว (หย่า/ชู้) หรือเพื่อความเรียบร้อย แต่ "คำพิพากษา" ต้องอ่านโดยเปิดเผยเสมอ พิจารณาลับหลัง ทำได้หากคู่ความประพฤติไม่เรียบร้อยจนถูกไล่ออก, ขาดนัดพิจารณา, หรือกรณีร้องสอด 4. การพิจารณาคดีติดต่อกันและการเลื่อนคดี (Continuous Trial & Adjournment) หลักการตามมาตรา 37 คือศาลต้องนั่งพิจารณาติดต่อกันเพื่อความรวดเร็วและช่วยความจำ แต่มีเหตุให้เลื่อนได้ดังนี้ กิจธุระของศาล (มาตรา 38) เช่น ผู้พิพากษาป่วย, ภัยพิบัติ, ประกาศวันหยุดราชการกะทันหัน รอการชี้ขาด (มาตรา 39) รอผลรังวัดที่ดิน, รอคำพิพากษาคดีอื่น, หรือรอผล "คดีอาญา" (ในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาที่ต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญา - ป.วิ.อ. ม.46) หากต้องรอนานไม่มีกำหนด ศาลอาจสั่ง "จำหน่ายคดีชั่วคราว" เหตุจำเป็นของคู่ความ (มาตรา 40) ต้องเป็นเหตุไม่อาจก้าวล่วงได้ (เช่น ป่วยหนัก) และหากไม่เลื่อนจะเสียความยุติธรรม (เช่น ไม่มีทนาย) ผู้ขอเลื่อนต้องเสีย "ค่าป่วยการ" ให้ฝ่ายตรงข้ามและให้ตกเป็นพับ (เรียกคืนไม่ได้) การป่วยเจ็บ (มาตรา 41) ศาลมีอำนาจส่งเจ้าพนักงานหรือแพทย์ไปตรวจอาการได้ หากพบว่าป่วยไม่จริงหรือป่วยการเมือง ให้ถือว่าขาดนัด 5. กรณีคู่ความมรณะหรือไร้ความสามารถ (Death & Incapacity) คู่ความมรณะ (มาตรา 42) หากตัวความตายระหว่างพิจารณา ให้เลื่อนคดีเพื่อให้ทายาท/ผู้จัดการมรดก เข้ามาแทนที่ภายใน 1 ปี (หากตายหลังศาลชั้นต้นตัดสินแต่อยู่ในช่วงอุทธรณ์ ก็ขอรับมรดกความได้ตามแนวฎีกา) ผู้แทน/ทนายความ (มาตรา 45) หากคู่ความตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือผู้แทนโดยชอบธรรมตาย - เลื่อนเพื่อให้ตั้งผู้แทนคนใหม่ หากทนายความตายหรือหมดอำนาจ - เลื่อนเพื่อให้ตัวความตั้งทนายใหม่หรือว่าความเอง หากผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะ (มีความสามารถขึ้น) - นำมาตรา 45 วรรคสองมาใช้ คือมีสิทธิเลือกจะใช้ทนายเดิมหรือเปลี่ยนใหม่