У нас вы можете посмотреть бесплатно J-20 Chengdu เครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหนสุดล้ำจีน или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สนับสนุนเด็ดต้องโดนง่ายๆ Subscribe: https://www.youtube.com/c/DedTongDon?... Like/ Comment สมาชิกเด็ดต้องโดน: / dedtongdon เครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหนคือความล้ำหน้าทางอากาศ ที่ถูกผูกขาดโดยอเมริกามานาน เป็นสิบปี จนในที่สุดจีนก็สามารถพัฒนา J-20 Chengdu ตามมาเป็นประเทศที่สองจนสำเร็จ 0:00 J-20 Chengdu เครื่องบินล่องหนสุดล้ำจีน 0:13 จุดเริ่มต้น J-20 Chengdu 1:45 การออกแบบ J-20 Chengdu 3:03 เปรียบเทียบ J-20 กับ F-22 และ F-35 แบบตัวต่อตัว 5:11 ความล้ำหน้าของ J-20 Chengdu 9:24 อนาคตของ J-20 Chengdu จุดเริ่มต้น J-20 Chengdu หลังจากที่อเมริกาประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหนสุดล้ำ อย่าง F-22 Raptor เพื่อเข้าประจำการในปี 2005 และ F-35 Lightning II ในปี 2015 ทำให้จีนต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลเร่งพัฒนาด้านเทคโนโลยี เพื่อคานอำนาจเหนือน่านฟ้า เกิดเป็นโครงการ J-XX ที่ต้องการพัฒนาเครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหน พร้อมเครื่องยนต์เจ็ท ระบบ Thrust Vectoring ซึ่งปรับทิศทางของแรงขับได้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถพอที่จะต่อกรกับ F-22 Raptor ได้แบบสมน้ำสมเนื้อ จนในที่สุดกลายเป็น รุ่น J-20 Chengdu ซึ่งมีชื่อเล่นเท่ๆ ว่า Mighty Dragon หรือเจ้ามังกรผยองเดช เริ่มเข้าประจำการในปี 2017 กลายเป็นเครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหนรุ่นที่ 3 ของโลก ตามหลัง F-35 Lighting II มาติดๆ เพียงแค่ 2 ปี ซึ่งระหว่าง J-20 กับ F-35 เคยเจอกันแบบตัวต่อตัวมาแล้วหลายครั้งที่ทะเลจีนตะวันออก และนายพล Gen. Kenneth Wilsbach ผู้บัญชาการกองทัพอากาศแปซิฟิกของอเมริกา ค่อนข้างประทับใจกับเครื่องบินขับไล่ล่องหน J-20 เลยครับ การออกแบบ J-20 Chengdu J-20 Chengdu เป็นเครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหน แบบที่นั่งเดียว 2 เครื่องยนต์ พัฒนาโดย บ. Chengdu Aircraft Industry ซึ่งมีการออกแบบเหมือนรวมเอาข้อดีของสุดยอดเครื่องบินหลายรุ่น เช่น F-22 Raptor, F-35 Lightning II ของอเมริกาและ Mig 1.44 เอาไว้ด้วยกัน เป็นหนึ่งเดียว กลายเป็น J-20 ที่มีลำตัวยาวเป็นพิเศษ มีปีกเสริมขนาดเล็ก หรือ Canard ติดอยู่ด้านหน้า ช่วยควบคุมแรงยกส่วนหัวเพื่อรักษาสมดุลย์ให้กับเครื่องบินที่มีลำตัวยาว เพิ่มความคล่องแคล่วในการบิน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อบินเร็วเหนือเสียง ซึ่งที่ผ่านมามีการใช้ Canard กับเครื่องบินสุดเจ๋งมาแล้วหลายรุ่น เช่น Eurofighter Typhoon และ Su-33 เปรียบเทียบ J-20 กับ F-22 และ F-35 แบบตัวต่อตัว ถ้าหากเราเปรียบเทียบเรื่องความสามารถในการบินระหว่าง J-20 Chengdu ของจีน กับ F-22 Raptor และ F-35 Lighting II ของอเมริกาแบบตัวต่อตัวจะเห็นได้ว่า J-20 Chengdu นั้นดูเหมือนจะแซงหน้า F-35 Lighting II อยู่หลายขุม แต่ยังคงเป็นรอง F-22 Raptor อยู่ โดยเฉพาะเรื่องเครื่องยนต์เจ็ท ซึ่งจีนเองก็รู้ตัวดีว่ายังเป็นรองเยอะ ทำให้พยายามชดเชยส่วนต่าง โดยออกแบบให้ J-20 บินได้ไกลกว่าหลายเท่า เพื่อที่จะสามารถทำภารกิจได้ไกลกว่า หรืออยู่บนฟ้าได้นานกว่า โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ความล้ำหน้าของ J-20 Chengdu นอกจาก J-20 Chengdu ในปัจจุบันจะมีความสามารถในการบินได้อย่างเร้าใจแล้ว ยังเป็นเครื่องบินที่รวมเทคโนโลยีสุดเจ๋งเอาไว้มากกมายดังนี้ 1 ระบบช่วยมองแบบอิเล็กทรอนิกส์ Electro optical Distributed Aperture System (DAS) 2 ระบบแสดงผลอัจฉริยะ J-20 มีจอดิจิตอลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ ให้นักบินใช้ได้อย่างสะดวก พร้อม จอ heads-up display (HUD) ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลต่างๆ เป็นภาพเสมือน เพื่อให้นักบินเห็นข้อมูลต่างๆ ได้อย่างชัดเจน หมวกนักบินของ J-20 pilot helmet เป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุดในประเทศจีน โดยใช้เทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR 3 ระบบอาวุธ มีช่องเก็บขีปนาวุธด้านล่างของลำตัว ได้ 4 ลูก สำหรับขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ พิสัยไกล เช่น AAM PL-21 ที่ยิงได้ใกลถึง 400 กม. หรือขีปนาวุธแบบอากาศสู่พื้น เช่น PGM LS-6/100 ซึ่งเป็นระเบิดที่มีน้ำหนัก 100 กก. และมีช่องเก็บขีปนาวุธด้านข้างของลำตัว ได้ 2 ลูก 4 ระบบล่องหน หรือ Stealth ระบบพรางตัว หรือ Stealth เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัวช้าที่สุด ด้วยการออกแบบให้เครื่องบินมีรูปทรงพิเศษเพื่อใช้ในการหักเหคลื่นเรดาร์ ทำให้เรดาร์ที่แพร่คลื่นออกมาไม่ได้รับสัญญาณสะท้อนกลับ และใช้วัสดุหรือสารเคลือบผิวที่มีคุณสมบัติพิเศษทำหน้าที่ดูดซับคลื่นเรดาร์ 5 ระบบเครื่องยนต์ J-20 Chengdu เป็นเครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหน ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับ เครื่องยนต์เจ็ทรุ่นใหม่ล่าสุดของจีน รุ่น WS-15 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสามารถสร้างแรงขับให้ได้ถึงเครื่องยนต์ละ 18,144 กก. เพื่อจะเป็นเครื่องยนต์เจ็ทที่มีความสามารถในการพรางตัวสูง แล้วช่วยให้ J-20 บินเร็วเหนือเสียงได้โดยไม่ใช้ Afterburner ซึ่งเรียกคุณสมบัตินี้ว่า Supersonic Cruise และมีความแรงมากกว่า เครื่องยนต์เจ็ทของ Pratt & Whitney รุ่น F119-PW100 ซึ่งใช้กับ F-22 Raptor ถึง 12.5% อนาคตของ J-20 Chengdu ในปัจจุบัน 2022 มี J-20 เข้าประจำการแล้วจำนวน 150 ลำ และมีแผนที่จะเพิ่มเป็น 500 ลำในปี 2025 เพื่อถ่วงดุลอำนาจบนพื้นที่เหนือน่านฟ้า รอบประเทศจีน ที่มีเครื่องบินขับไล่ล่องหน ของอเมริกา และรัสเซีย ประจำอยู่ แถมจีนกำลังพัฒนา J-20S ให้กลายเป็นเครื่องบินเจ็ทขับไล่ล่องหน แบบ 2 ที่นั่งรุ่นแรกของโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ J-20 Chengdu ขึ้นไปอีกขั้น 1 การสื่อสาร ติดตาม ตรวจสอบ และวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ 2 การใช้อาวุธล้ำยุค ที่อาจติดตั้งเพิ่มเติม เช่น ระบบอาวุธเลเซอร์ Directed Energy Weapons (DEWs) อย่าง LW-30 ที่ยิงได้ไกลถึง 25 กม. ในเวลาแค่ 6 วินาที 3 รวมถึงการควบคุมอากาศยานไร้คนขับ Unmanned Aerial Vehicle UAV อย่าง GJ- 11 Sharp Sword เพื่อให้เป็นไปตามตำราการครองน่านฟ้าและการรบในยุคอนาคต ที่สูสีกับอเมริกาได้เลย