У нас вы можете посмотреть бесплатно “ยศชนัน” ปราศรันสันทราย แม่โจ้ ลั่นเพื่อไทย ประกาศสงครามยาเสพติด-อัพเกรดลำไย-ดันสนามบินล้านนา или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
“อ.เชน” สู้สุดใจ! ตื่นเช้าลุยหาเสียง 2 เวทีเชียงใหม่บ้านเกิด ประกาศสงครามยาเสพติด-อัพเกรดลำไย-ดันสนามบินล้านนา ด้าน “จุลพันธ์” ชู “เศรษฐีเงินล้าน” กุศโลบายดึงเงินใต้ดินเข้าระบบ “เต้น-โอ๊ค” ผนึกกำลังปลุกชาวเหนือเลือกเพื่อไทยให้เบ็ดเสร็จ /////// วันนี้ (30 ม.ค.) พรรคเพื่อไทยยกทัพใหญ่ลุยภาคเหนือต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย โดยได้ลงพื้นที่ปราศรัยพบปะประชาชนที่ตลาดกลางธารเกษตร อ.สันป่าตอง และเปิดเวทีปราศรัยที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมารอให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น มอบพวงมาลัยไส้อั่ว ข้าวหลามเชียงใหม่ รวมถึงหมวกและพวงมาลัยลำไยเพื่อให้กำลังใจแคนดิเดตนากฯของพรรคและผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ได้แก่ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม (เขต 3 เบอร์ 😎 , นายภานุ เจริญสุข (เขต 4 เบอร์ 4) , นางสาวอัจฉรารัตน์ นันทะเสน (เขต 5 เบอร์ 1) , นายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท (เขต 8 เบอร์ 3) และ นายยงยุทธ์ ยาวิชัย (เขต 9 เบอร์ 2) ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นภาษาเมือง โดยระบุว่า เชียงใหม่คือความฝัน ความหวัง และคือบ้านเกิดของตน “คนเชียงใหม่คนนี้” จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า “ครั้งนี้เรามีความจำเป็นต้องเลือกให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้ง 10 เขต...วันนี้แต่ละพรรคการเมืองตั้งขึ้นมาเพื่อส่งมอบนโยบาย พรรคเพื่อไทยเราทำมาตลอดตั้งแต่ยุคไทยรักไทย แม้ไทยรักไทยหรือพลังประชาชนจะถูกยุบไป แต่จิตวิญญาณไม่เคยเปลี่ยน และจิตวิญญาณนโยบายของพรรคเพื่อไทย ก่อกำเนิดที่เชียงใหม่ จึงขอทั้ง 10 เขต ให้รู้ว่าวันนี้ไปไม่ไหว ต้องเปลี่ยน...นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ต้องมาจากเชียงใหม่” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมว่า เรื่องอากาศและ PM 2.5 เป็นเรื่องลมหายใจของประชาชน เราจริงจังและมี สส. ทำงานในสภาเรื่องนี้มาโดยตลอด ต้องเจรจาปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมเกษตรกรให้ทำเครื่องมือการเกษตรที่ลดการเผา เพิ่มผลผลิต เพื่อไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อน ในส่วนของพืชเศรษฐกิจหลักอย่าง “ลำไย” ศ.ดร.ยศชนัน ยืนยันสานต่อยุทธศาสตร์ลำไยแห่งชาติ “เรื่องลำไย ยุทธศาสตร์ประเทศต้องทำต่อแน่นอน ครั้งที่แล้วใกล้จะเสร็จแต่เขาให้เราออกมาก่อน รอบนี้ขอโอกาส แล้วคนเหนือคนนี้จะเข้าไปทำให้ น้ำชลประทานต้องถึงเพื่อให้ออกผลผลิตได้ตลอด ตนจะนำลำไยไปเจรจาในรูปแบบใหม่ ทั้งเปลือกและเม็ดลำไยสามารถสกัดเป็นสมุนไพร เป็นยา สร้างมูลค่าเพิ่มได้เป็น 1,000 เท่า นี่คือการเปลี่ยนแปลงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เชนคนนี้เลือดเชียงใหม่ จะทำให้พี่น้องมีเงินมากขึ้น” นอกจากนี้ ยังประกาศผลักดันสินค้า OTOP สู่ตลาดโลกผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซภาครัฐ ดึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงต่างประเทศช่วยเจรจาการค้า พร้อมเดินหน้าโครงการ “สนามบินล้านนา” ที่ศึกษาไว้แล้วให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ศ.ดร.ยศชนัน ยังประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างดุดัน โดยตั้งเป้าจัดการให้หมดภายใน 6 เดือน “ยาเสพติดต้องหมดไป เราปราบมาตั้งแต่ไทยรักไทย ช่วงที่ผ่านมาหายไป 4-5 เดือน มันกลับมาอีกแล้ว ครั้งนี้ตนจะถือธงนำปราบให้หมด ใครขายใครผลิตต้องจับให้หมดภายใน 6 เดือน ถ้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ได้เป็นรัฐบาล เริ่มทำทันที! ถ้านายกฯ ชื่อเชน ปราบให้หมด ปราบทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ไม่มีหยุด” โดยจะระดมฝ่ายปกครองและตำรวจ เอ็กซเรย์ทุกหมู่บ้าน นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ฝึกอาชีพ ติดตามผล 3-6 เดือน พร้อมคุมเข้มด่านชายแดนและช่องทางธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวและความปลอดภัยให้ลูกหลาน ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวเสริมถึงนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ว่าเป็นกุศโลบายในการดึงเงินนอกระบบที่มีมูลค่านับแสนล้านบาทให้เข้ามาอยู่ในระบบฐานข้อมูล เพื่อนำรายได้จากภาษีกลับมาจัดสวัสดิการและดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน “พรรคเพื่อไทยต้องการนำประเทศเดินหน้าผ่านการบริหารด้วยข้อมูลนำ (Data-Driven) ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกบริหาร... นโยบายนี้จะทำให้ภาครัฐมีรายได้มาพัฒนาประเทศ เป็นการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างรัฐบาลดิจิทัล ไม่ใช่นโยบายสิ้นเปลืองอย่างที่หลายคนกังวล” นายจุลพันธ์กล่าว พร้อมย้ำว่า วันที่ 8 ก.พ. คือวันชี้ชะตาประเทศ ขอให้ประชาชนเลือกเพื่อไทยที่ทำนโยบายได้จริง ไม่ใช่ดีแค่คำพูด ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นเวทีพร้อมกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร เพื่อคารวะหัวใจคนเชียงใหม่ที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน จนทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมไม่สามารถเอาชนะในสนามเลือกตั้งได้ เพราะเพื่อไทยเป็นพรรคเดียวที่เปลี่ยนนโยบายบนป้ายหาเสียงให้เป็น “ประชาธิปไตยกินได้” นายณัฐวุฒิ ทิ้งท้ายอย่างดุเดือดถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันว่า เกิดความผิดเพี้ยนในหน้าประวัติศาสตร์ มีการจับมือกันของพรรคต่างขั้ว (สีส้ม-สีน้ำเงิน) เปรียบเสมือนการเปลี่ยนหนูให้เป็นราชสีห์ ดังนั้น เพื่อให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้กลับคืนสู่อำนาจอย่างแท้จริง ขอให้ชาวเชียงใหม่รวมพลังเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคน ทั้งพรรค ให้ถล่มทลาย ///////////