У нас вы можете посмотреть бесплатно ตำนานวัดพระธาตุเขาน้อย จ.น่าน Ep45 или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
#วัดพระธาตุเขาน้อย#น่าน องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้าน ตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าได้ รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริต เดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับวัดพระธาตุเขาน้อย เล่าสืบต่อกันมาว่า... พระพุทธเจ้า ได้เสด็จขึ้นมาประทับบนยอดดอยประทับนั่งอยู่ใต้ต้นมะคับทองของตาายายที่ทำไร่อยู่ข้างๆ ดอยแห่งนี้ ขณะที่ตา (อนันทะ) เดินออกไปทำไร่เห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ก็ตกใจกลัว จึงรีบวิ่งกลับบ้านไปบอกยาย (นางเอื้อน) ว่ามียักษ์มานั่งอยู่ในไร่ของเราใต้ต้นมะคับทอง ยายจงเอาฟักแพงแตงเต้าไปให้เถอะ ส่วนตาเดินตามหลังในมือถือหอกหากว่าพวกยักษ์จะทำร้ายยาย ตาก็จะออกไปช่วยโดยมีหอกเป็นอาวุธ พระพุทธเจ้ารู้ว่า ณ ที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมพระศาสนาจึงมอบพระเกศา 2 เส้น ส่งให้พระอานนท์ ๆ รับไว้ และบอกกับยายว่า ให้ส่งเต้าปูนทองแดงมาให้ พระอานนท์ก็อธิฐานให้พระเกศาของพระพุทธเจ้าเข้าไปสถิตในเต้าปูนทองแดง แล้วส่งกลับคืนไปให้ยาย หลังจากนั้นตายาย ก็นำเต้าปูนทองแดงที่ได้ไปฝังไว้ใต้ต้นมะคับทองที่พระพุทธเจ้านั่งประทับแล้วทั้ง 2 ก็กลับบ้านโดยที่ไม่ไปไร่นั้นอีกเลย ต่อมาพระพทธเจ้าได้เสด็จกลับมาที่ไร่ของตายาย แล้วตรัสพยากรณ์ว่า “เมื่อตถาคตมาถึงเมืองนี้ แล้วขึ้นไปบนเขานั้น สองผัวเมียคิดว่าเราเป็นยักษ์แล้ว ได้แบกหอกเดินตามหลังเมียมาเพื่อว่าจักแทงยักษ์ถ้าเมียถูกจับกิน เมื่อทั้งสองตายไปแล้วจักไปเกิดบนสวรรค์จนศาสนาล่วงไปจักได้เกิดมาเป็นพระยาเมืองนี้ จักมีนิสัยใจกล้าหาญ ชอบหอกดาบปืนผาหน้าไม้ และช้างม้ามากนักแล ส่วนนางผู้นั้นได้มาเป็นเมียน้อย และจักได้ก่อสร้างพระเกศาธาตุ ของพระตถาคต แล้วจักได้ชื่อว่า พระธาตุเขาน้อย ดังนี้แล..." พระพุทธองค์ทรงหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นที่ตั้งตัวเมืองน่านในปัจจุบันแล้วตรัสว่า “ต่อไปสถานที่นี้ จะเป็นที่ตั้งของเมืองมีชื่อว่า “นันทบุรี” พระพุทธศาสนาจะมาเจริญรุ่งเรืองในอาณาเขตนี้แล้วจะสามารถรักษาพระพุทธศาสนาไว้ครบ ห้าพันปี...”จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหา อุดมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ตามประวัติ พระธาตุองค์นี้ สร้างโดย มเหสีรองของพญาภูแข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่ 20 และเจ้าผู้ครองนครน่านอีกหลายองค์ต่อมา ได้บูรณปฏิสังขรณ์ องค์พระธาตุ โดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิง กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ.2523 ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูงจึง เป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่สวยงาม อยู่ตรงลานปูน มีพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือพระพุทธมหาอุดม มงคล นันทบุรีศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปีพ.ศ.2542