У нас вы можете посмотреть бесплатно Gone The Rainbow : Peter,Paul & Mary или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ที่เนินเขา ใครกันเล่าจะกล่าวโทษตัวฉันได้ ร้องคร่ำครวญน้ำตาพรากดั่งขาดใจ เขาต้องไปเป็นทหารเพื่อบ้านเมือง ฉันขายทั้งพืชผล และ ล้อเกวียน เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นดาบคมวับเขื่อง เป็นอาวุธคู่ใจใช้เนืองเนือง เพื่อบ้านเมืองเขาจำพรากจากไปไกล โอ้ลูกจ๋าลูกรักของแม่เอ๋ย ความสุขหายลับเลยเหมือนบินได้ พ่อของเจ้าคนรักแม่ยอดดวงใจ ต้องคลาไคลไปแล้วนะแก้วตา Shule, shule, shule-a-roo. Shule-a-rak-shak, shule-a-ba-ba-coo When I saw my Sally Babby Beal. Come bibble in the boo shy Lorey Here I sit on Buttermilk Hill. Who could blame me, cry my fill Every tear would turn a mill. Johnny's gone for a soldier I sold my flax, I sold my wheel. To buy my love a sword of steel So it in battle he might wield. Johnny's gone for a soldier Oh my baby, oh, my love. Gone the rainbow, gone the dove Your father was my only love. Johnny's gone for a soldier เพลงโฟล์คเก่าแก่ที่เล่าเรื่องของสงคราม ทั้งเนื้อหาและทำนองไปคล้ายกับเพลงในศตวรรษที่ 17 ที่ชื่อ siúil a rún ที่มีความหมายว่า "go, my love" ในต้นฉบับนั้นมีทั้งภาษาอังกฤษและไอริชปนกัน ชื่อดั้งเดิมของเพลงนี้ คือ Johnny Has Gone for a Soldier ในเวอร์ชั่นนี้เป็นผลงานการแสดงสด ณ ประเทศญี่ปุ่น ของ Peter, Paul & Mary (Live in Japan 1967) The American Revolutionary War หรือ สงครามประกาศอิสรภาพ The American War of Independence ซึ่งเป็นสงครามระหว่าง กองทัพอังกฤษกับกลุ่มพวกอพยพใหม่ 13 กลุ่ม จนเกิดเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา ในสงครามครั้งนั้นชายชาวอังกฤษทุกคนต้องโดนเกณฑ์ไปเป็นทหารให้กองทัพ ปล่อยให้ผู้หญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ทำงานบ้านและเลี้ยงลูก ซึ่งในเพลงนี้เธอได้ร้องกล่อมให้ลูกน้อยของเธอฟัง คล้ายเพลงเห่กล่อมของคนไทย สงครามสะท้อนให้เห็นถึงความรันทดของชีวิตในครอบครัว เมื่อลูกต้องขาดพ่อ ภรรยาต้องขาดสามี เธอต้องขายทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ได้เงินไปซื้อดาบเหล็กกล้าให้สามีของเธอไปใช้รบในสงคราม สงครามประกาศอิสรภาพอเมริกัน (ค.ศ.1775) "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" นักสำรวจชาวอิตาลี รับมอบหมายจากราชสำนักสเปนออกเดินทางสำรวจโลก โดยมีเป้าหมายคือทวีปเอเชีย แต่ออกเดินทางไปทิศตะวันตกของยุโรป ด้วยความเชื่อที่ว่าโลกกลม ทำให้เขาได้ค้นพบทวีปอเมริกาในปี ค.ศ.1492 และหลังจากนั้นราวร้อยปีชาวยุโรปหลายชาติ เช่น สเปน โปรตุเกส อังกฤษ ฝรั่งเศส ดัตช์ เป็นต้น ก็ได้เดินทางมาตั้งรกรากในดินแดนใหม่แห่งนี้ โดยทำสงครามขับไล่ "ชาวอินเดียนแดง" (Indian) เผ่าต่างๆ ที่เป็นชนพื้นเมืองออกไปรัฐบาลอังกฤษส่งคนในปกครองโดยเฉพาะนักโทษและทาสผิวดำชาวแอฟริกันเข้ามาตั้งถิ่นฐานตามแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก แล้วขยายไปผนวกดินแดนที่เคยอยู่ในปกครองของชาวยุโรปชาติอื่น จนสามารถจัดตั้ง "สิบสามอาณานิคม" (Thirteen Colonies) ของอังกฤษขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือได้ระหว่างปี ค.ศ.1607 - 1733 โดยประกอบไปด้วย เวอร์จิเนีย (Virginia) ค.ศ.1607 แมรีแลนด์ (Maryland) ค.ศ.1632 คอนเนตทิคัต (Connecticut) ค.ศ.1636 โรดไอแลนด์ (Rhode Island) ค.ศ.1636 เดลาแวร์ (Delaware) ค.ศ.1664 นิวเจอร์ซีย์ (New Jersey) ค.ศ.1664 นิวยอร์ก (New York) ค.ศ.1665 เพนซิลวาเนีย (Pennsylvania) ค.ศ.1681 นิวแฮมป์เชียร์ (New Hampshire) ค.ศ.1691 แมสซาชูเซตส์ (Massachusetts) ค.ศ.1692 นอร์ทแคโรไลนา (North Carolina) ค.ศ.1712 เซาท์แคโรไลนา (South Carolina) ค.ศ.1712 จอร์เจีย (Georgia) ค.ศ.1732