У нас вы можете посмотреть бесплатно ทานผ้าผืนเดียว เปลี่ยนชีวิต 1 или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
เรื่องจริงในพุทธกาล ทานผ้าผืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิต..จะเป็นอย่างไรสำหรับคนที่ยากจนข้นแค้น ทั้งครอบครัวแม้แต่ผ้าห่ม ก็มีเพียงผืนเดียว จะออกไปไหนทีก็ต้องผลัดกันไปคนละครั้ง ....แต่แล้ววันหนึ่งสามี กลับเอาผ้าห่มผืนเดียวที่มี ถวายพระพุทธเจ้า เพื่อบูชาธรรม ...แล้วชีวิตทั้งสอง จะเป็นอย่างไร สวัสดีครับท่านผู้ชม ท่านผู้ฟังที่เคารพ ผม ป ยุทธ ช่อง เดอะ ข้าว channel ขอนำท่านเข้าสู่รายการ "มุมคิด ด้านปรัชญา ศาสนา และสังคม" วันนี้ขอเสนอ เรื่อง" ทานผ้าผืนเดียว เปลี่ยนชีวิต" เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ณ พระเชตวัน พระศาสดาตรัสธรรม “อภิตถะเรถะ กัลยาเณ เป็นต้น ” ด้วยอุทาหรณ์พราหมณ์จูเฬกะสาฎก ผู้มีเพียงผ้านุ่งคนละผืนกับพราหมณี และมีผ้าห่มร่วมกันหนึ่งผืน จึงผลัดกันไปฟังธรรม คืนหนึ่งพราหมณ์ได้ฟังธรรมแล้วเกิดปีติ ๕ ประการ ตั้งใจจะถวายผ้าห่มแต่ต่อสู้ระหว่างสัทธาจิตกับมัจฉริยจิตอยู่สองยาม สุดท้ายในยามใกล้รุ่งชนะความตระหนี่ วางผ้าถวายแทบพระบาท พลางร้องว่า “เราชนะแล้ว” พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงได้ยิน คำร้องของพราหมณ์ เนื่องจาก ทรงประทับนั่งฟังธรรม อยู่ด้วย จึงรับสั่งพระราชทานผ้าสาฎกเพิ่มทวีคูณจนถึง ๓๒ คู่ พราหมณ์เก็บไว้เพียง ๒ คู่ ที่เหลือถวายทั้งหมด ต่อมาพระราชาทรงพระราชทานผ้ากัมพล ๒ ผืนมีค่าผืนละแสนกหาปะณะ พราหมณ์นำไปกางทำเพดานบูชาที่คันธกุฎีและโรงฉัน พระราชาทรงปีติ จึงประทาน “หมวดสี่” แห่งทรัพย์ทั้งหลาย ได้แก่ ช้าง ๔ ม้า ๔ เงินกหาปณะ ๔,๐๐๐ คนรับใช้และบ้านส่วยอย่างละ ๔ ภิกษุทั้งหลายสนทนาว่า ทานให้ผลฉับพลัน พระศาสดาตรัสว่า หากถวายในปฐมยามจะได้สิ่งละ ๑๖ ถ้าในมัชฌิมยามสิ่งละ ๘ แต่เพราะถวายช้าใกล้รุ่งจึงได้สิ่งละ ๔ สรุปว่า พึงรีบขวนขวายในความดี ห้ามใจจากความชั่ว เพราะทำดีช้าย่อมทำให้ใจเอนเอียงสู่ชั่ว และผลดีย่อมมาช้าตาม. ท่านผู้ฟังหล่ะครับ เห็นว่าอย่างไร ท่านได้แรงบันดาลใจอะไรบ้าง แม้ว่า เรื่องที่ยกมาแสดงนั้น จะเป็นการถวายทานกับพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงเป็นปูชนียบุคคลที่หาได้ยากยิ่งก็ตาม แต่ทุกวันนี้เราก็สามารถ ถวายทานแก่ปูชนียบุคคลได้ทุกวัน จริงๆนะครับท่านฟังไม่ผิดหรอก พ่อแม่ของเราอย่างไรเล่าครับคือ "ปูชนียบุคคลอันมีค่ายิ่ง"ในบ้าน การบูชาต่อท่านทั้งสอง มีผลมาก มีวิบากมาก เช่นกัน ถ้าท่านผู้ชม ผู้ฟังปราถนา ผลที่เลิศ วิบากที่เลิศ ก็จงบำรุงเลี้ยงท่านทั้งสองให้ดี ทั้งทางกาย ทางวาจา และบำรุงเลี้ยงใจ ในยุคปัจจุบัน แม้ค่าครองชีพ เราจะบีบรัดสารพัดค่าที่ต้องจ่าย ต้องใช้ หลายๆคนเลือกที่จะละเลย พ่อแม่ของตน คิดแต่เพียงว่า ตัวเองมีภาระมากอยู่แล้ว เราไม่สามารถบำรุงเลี้ยงท่านได้หรอก ต่างคนต่างก็ต้องดิ้นรน กันไปเถอะ ..ถ้าลูกคนไหนคิดอย่างนี้อยู่ ขอให้ลองวิเคราะห์ถึงพราหมณ์จูเฬกะสาฎก ดู สิ่งที่เราพบในการฟังเรื่องนี้คือ พราหมณ์ ได้ฟังธรรม และเกิดปีติ 5 ประการ ถามว่า แล้วปีติ5 ประการคืออะไร คือปีติ 5 ประการ คือ ความรู้สึกอิ่มเอิบใจที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรมหรือการเข้าสมาธิ โดยเรียงลำดับจากน้อยไปมาก ดังนี้ ขุททกาปีติ ปีติเล็กน้อย ขนลุก ขณิกาปีติ ปีติชั่วขณะ เหมือนฟ้าแลบ โอกกันติกาปีติ ปีติเป็นระลอกๆ อุพเพงคาปีติ ปีติโลดโผน รู้สึกตัวลอย และ ผรณาปีติ ปีติซาบซ่าน เย็นซ่านไปทั่วตัว สิ่งที่ผมอยากชวนท่านผู้ฟังคิดก็คือ....แล้วเราจะระลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ จนเกิดปีติขึ้นกับใจได้บ้างหรือไม่เล่า นึกถึงความดี การอุปการะที่ท่านทำต่อเรา บางคนน้ำตาไหล บางคนขนลุกชูชัน บางคนเหมือนแน่นขึ้นมาในอกในคอ บางคนแค่นึกถึงพ่อแม่ ก็เย็นวาบไปทั้งกาย โดยเฉพาะยิ่งตอนที่เราลำบากกำลังแย่ แล้วท่านยื่นมือมาช่วย ...ปีติยิ่งเกิดง่ายนัก เมื่อท่านเห็น บุญคุณ พระคุณ ของท่านแล้ว ก็ลองจินตนาการด้วยสามัญสำนึกง่ายๆพื้นๆว่า ควรหรือไม่ ที่เราจะบำรุงเลี้ยงท่าน ดูแล เอาใจใส่ท่าน...ยิ่งท่านผู้ฟังท่านใดที่เป็น พ่อคน แม่คน อยู่แล้วขณะนี้ แล้วนึกย้อนกลับไปถึงพ่อแม่ตน ก็ยิ่งจะเข้าใจง่ายขึ้น ผมเชื่ออย่างนั้น...และท่านเชื่อหรือไม่ว่า คนที่บำรุงเลี้ยง บิดามารดา อยู่บนโลกนี้บัณฑิตก็สรรเสริญ ตายไป เทวดาก็สรรเสริญ ดังสุภาสิต ที่ว่า ภูมิ เว สัปปุริสานัง กะตัญูญูกะตะเวทิตา รู้จักบุพการี ทำความดีตอบแทนท่าน ธรรมนี้เป็นพื้นฐาน ของคนดีศรีแผ่นดิน หวังว่า เรื่องที่ได้ฟังวันนี้ จะสร้างแรงบันดาลใจให้ท่านบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ@TheKaowChannel