У нас вы можете посмотреть бесплатно “เอกพิทยา” ชี้หุ้นดิ่ง ใช้มาตรการ "เซอร์กิตเบรกเกอร์" เผย “สงคราม-เงินเฟ้อ” ทุบเศรษฐกิจไทย или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
“เอกพิทยา” ชี้หุ้นดิ่ง ใช้มาตรการ "เซอร์กิตเบรกเกอร์" เผย “สงคราม-เงินเฟ้อ” ทุบเศรษฐกิจไทย จากกรณีดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดกระดานเช้า ทรุดหนักร่วงกว่า 100 จุด หายไป 10% ภายในวันเดียว ส่งผลให้ขาดสภาพคล่อง ถึงขั้นใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด "เซอร์กิตเบรกเกอร์" (Circuit Breaker) ครั้งประวัติศาสตร์ รอบที่ 7 ตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ชี้ปรากฏการณ์ไม่ได้จบลงที่การพักการซื้อขายตามปกติในเวลา 12.30 น. แต่ระบบต้องชัตดาวน์ตัวเองชั่วคราวเป็นเวลา 30 นาที ทันทีที่ดัชนีร่วงทะลุแนวดิ่ง 8% (Circuit Breaker ขั้นที่ 1) ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักลงทุนที่เทขายหนีตาย และหากสถานการณ์ยังเลวร้าย ทรุดหนักถึง 15% หรือ 20% ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เตรียมงัดมาตรการหยุดพักขั้น 2 และขั้น 3 ออกมาสกัดตามลำดับ "Circuit Breaker มีทั้งหมด 3 ขั้น Circuit Breaker ขั้นที่ 1 ก็คือการที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงต่ำกว่า 8% ภายในวันเดียว จะหยุดพักการซื้อขาย 30 นาที ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มีนาคม 2569 และนับว่าเป็นครั้งที่ 7 ตั้งแต่เรามีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมานะครับ Circuit Breaker จะมีขั้นที่ 2 และขั้นที่ 3 ก็คือว่าถ้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรับตัวลดลงภายใน 1 วัน ไปที่ 15% ก็จะหยุดพักอีกครึ่งชั่วโมง และขั้นที่ 3 ก็คือถ้าลดลง 20% จะหยุดพัก 1 ชั่วโมงครับ นั่นคือ Circuit Breaker" นายเอกพิทยา กล่าว หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ยังเผยด้วยว่า หลายคนพยายามปลอบใจ นี่คือผลกระทบระยะสั้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และประเมินแนวทางบวก ว่า "ราคาน้ำมันพุ่ง หุ้นพลังงานก็ต้องรอดสิ" แต่ความจริงบนกระดานสีแดง ตบหน้าฉาดใหญ่ เพราะในภาวะ "Panic Buy" หรือ "Panic Sell" ขั้นสุดวิกฤต ทุกอย่างถูกเททิ้งลงเหว ไม่เว้นแม้แต่หุ้นเสาหลัก อย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า และเป็น "จุดสลบ" ของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือ "เงินเฟ้อ" (Inflation) วิกฤตครั้งนี้ซ้อนทับด้วยความเปราะบางเชิงโครงสร้าง เมื่อพิจารณาหน้าตักนโยบายการเงินของไทยและทั่วโลก (รวมถึง FED สหรัฐฯ) ล้วนอยู่ในสภาพ "กระสุนหมด" การใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายหรือการหั่นดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ถูกใช้ไปจนแทบจะชนเพดานเงินเฟ้อ "ขณะนี้ทั่วโลก ใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ หรือเราเรียกว่าการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ไม่ว่าประเทศไทยก็ดี หรือธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ดี พยายามลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และหลายที่ใช้ เขาเรียกว่าใช้เกือบเต็มแม็กซ์แล้วครับ หรือกระสุนอีกเพียงไม่กี่นัด คือลดมาเกือบเท่าอัตราเงินเฟ้อแล้ว แปลว่าถ้าอัตราเงินเฟ้อมันเพิ่มขึ้นนะครับ และเงินเฟ้อคราวนี้ที่เพิ่มขึ้น มันเพิ่มมาจาก Cost Push ไม่ใช่มาจาก Demand Pull มันจะทำให้ดอกเบี้ยหรือการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจะทำอีกไม่ได้ครับ นี่คือการที่จะเป็นวิกฤตการณ์ของโลก คือจุดอ่อนของเศรษฐกิจโลกในปีนี้เลยครับ" หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ กล่าว นายเอกพิทยา ยังเผยถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ระบุว่า ไม่สามารถมองตื้น ๆ แค่เป็นเรื่องการเมืองหรือการทะเลาะวิวาทของมหาอำนาจได้อีกต่อไป แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่กำลังลามมากระทบปากท้องและเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความตื่นตระหนก เมื่อมองย้อนกลับไปสัปดาห์ก่อนที่ตลาดหุ้นไทยถูกปั่นราคาขึ้นไปจนเกินจริง ค่า PE พุ่งทะยานจาก 13 เท่า ไปแตะ 17 เท่าอย่างรวดเร็ว การดิ่งนรกรอบนี้จึงสะท้อนสัจธรรมของตลาดทุนที่ว่า "ขึ้นเร็ว ก็ลงแรง" "เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตอนนั้นมันก็ขึ้นเร็วเกินไปครับ PE จากประมาณ 13 เท่า ขึ้นไป 17 เท่า เช่นเดียวกัน สถานการณ์ ณ ปัจจุบันก็ลงเร็วเกินไปครับ ตัวเลขล่าสุดที่เราคุยกันอยู่ประมาณสัก 1,300 นิด ๆ ถ้าตัวเลขของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลงมาในระดับต่ำกว่า 1,300 เนี่ย เป็นระดับที่ลงทุนได้ครับ เพราะว่า PE ก็ไม่แพง การจ่ายปันผลก็สูง และที่สำคัญ เรายังมีลุ้นในการที่นำพาเศรษฐกิจปีนี้ในการค่อย ๆ Take off นะครับ เพราะฉะนั้น ต้องแยกประเด็นนะครับ การลงทุนในตลาดหุ้นไม่ใช่ว่ามีข่าวร้ายแล้วไปขาย มีข่าวดีไปซื้อ ต้องดูจังหวะ ต้องดูทิศทางในการลงทุนด้วยครับ" นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ กล่าวทิ้งท้าย. #นักข่าวหัวเห็ด #เทรนด์วันนี้ #รัฐบาล #การเมือง #พรรครักชาติ #ตลาดหุ้น