У нас вы можете посмотреть бесплатно "ปุ๋ยขี้วัว รากฐานที่มั่นคง สู่หัวกะหล่ำที่แข็งแกร่ง" или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
ความแตกต่างระหว่างการใช้ปุ๋ยขี้วัวและปุ๋ยเคมีที่มีต่อรสชาติและคุณภาพของกะหล่ำปลีนั้น สามารถอธิบายได้ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เกษตร ดังนี้ครับ: 1. รูปแบบการปลดปล่อยสารอาหารและความสมบูรณ์ของหัว • ปุ๋ยเคมี: มักจะให้ไนโตรเจน (N) ในปริมาณมากและรวดเร็ว ("พุ่งปรี๊ด") ซึ่งหากบริหารจัดการไม่ดีอาจทำให้ต้นกะหล่ำปลี "บ้าใบ" หรือโตแต่ใบแต่ไม่ห่อหัวเท่าที่ควร • ปุ๋ยขี้วัว: มีลักษณะเป็น Slow Release หรือการปลดปล่อยแบบช้าๆ สารอาหารจะค่อยๆ ย่อยสลายและปลดปล่อยให้พืชทีละน้อย ทำให้กะหล่ำปลีเติบโตอย่างมั่นคง ส่งผลให้ การห่อหัว (Heading) มีความแน่นและสมบูรณ์กว่า 2. ความลับของรสชาติ "หวาน" และ "กรอบ" ตามข้อมูลในแหล่งข้อมูล ความหวานของกะหล่ำปลีไม่ได้มาจากตัวปุ๋ยโดยตรง แต่มาจากกระบวนการภายในดินที่ปุ๋ยขี้วัวเข้าไปเสริมสร้าง: • การสร้างน้ำตาล: ปุ๋ยขี้วัวช่วยเพิ่ม จุลินทรีย์ในดิน ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้เป็นตัวช่วยสำคัญให้พืชดูดซึมฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมได้ดีขึ้น ธาตุเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลในเนื้อเยื่อกะหล่ำปลี • ความกรอบจากการอุ้มน้ำ: ปุ๋ยขี้วัวมีอินทรียวัตถุสูงช่วยให้ดินเก็บความชื้นได้สม่ำเสมอ กะหล่ำปลีที่ได้รับน้ำอย่างต่อเนื่องจะมี รสชาติกรอบและหวานกว่า กะหล่ำปลีที่ปลูกในดินแข็งหรือขาดน้ำ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวทำไม่ได้ 3. ธาตุอาหารรองที่ส่งผลต่อเนื้อสัมผัส • ปุ๋ยเคมี: ส่วนใหญ่มักมีเฉพาะธาตุอาหารหลัก (N-P-K) แต่อาจขาดธาตุอาหารรอง • ปุ๋ยขี้วัว: มี แคลเซียมและโบรอน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญมากสำหรับกะหล่ำปลี ช่วยให้เนื้อเยื่อมีความแข็งแรง ทำให้ หัวไม่แตกง่าย และป้องกันปัญหาขอบใบไหม้ ซึ่งส่งผลต่อความน่ารับประทานและรสสัมผัสโดยตรง 4. สภาพแวดล้อมของราก (บ้านที่แสนสุข) การใช้ปุ๋ยขี้วัวเป็นการปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุย ทำให้ระบบรากของกะหล่ำปลีซึ่งมีลักษณะกว้างแต่ตื้นสามารถชอนไชหาอาหารได้ลึกและไกลขึ้น นอกจากนี้ อินทรียวัตถุในขี้วัวยังช่วยเป็น ฉนวนกันความร้อนให้หน้าดิน ทำให้รากไม่ร้อนเกินไปในช่วงกลางวัน พืชจึงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพดีกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีในดินที่ขาดการบำรุงโครงสร้าง ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูล: เพื่อให้ได้รสชาติและคุณภาพที่ดีที่สุด ควรใช้ "ขี้วัวหมัก" แทนขี้วัวสด เพราะขี้วัวสดมีความร้อนสูงและอาจมีเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคเน่า รวมถึงวัชพืชที่จะมาแย่งอาหารกะหล่ำปลีได้ การใช้ขี้วัวหมักจะช่วยให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอาหารให้อยู่ในรูปที่พืชพร้อมนำไปสร้างความหวานกรอบได้ทันทีครับ