У нас вы можете посмотреть бесплатно 2026/02/18 นมัสการเย็นวันพุธ พอแล้วกับ "ความรู้สึก" ที่หลอกลวง เราจะถามหา"ความจริง" ที่ให้สันติสุขใจ или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
เมื่อ "ความรู้สึก" บอกว่าไม่มีใครรัก... ทำไมพระเจ้าถึงบอกว่า "จงเปิดใจเถิด"? (2 โครินธ์ 6) คุณเคย "ปิดใจ" ใส่ใครสักคนเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำที่เข้าใจผิดไหม? หรือคุณกำลังรู้สึกน้อยใจพระเจ้า คิดว่าพระองค์ไม่รักและทอดทิ้งคุณในวันที่เจอปัญหา "น้ำท่วม" ชีวิต จนไม่อยากอธิษฐานหรือมาโบสถ์อีกต่อไป? สำหรับคริสเตียนหรือผู้ที่แสวงหาพระเจ้า หลายครั้งเราดำเนินชีวิตโดยให้ "ความรู้สึก" และ "ความคิดของตนเอง" เป็นใหญ่ เรามักตัดสินความรักของพระเจ้าจากสถานการณ์ที่เจอ หรือตัดสินพี่น้องจากปฏิกิริยาเพียงเล็กน้อย (เช่น การที่ศิษยาภิบาลไม่รับสาย หรือคำพูดที่ฟังดูเหมือนตำหนิ) คำเทศนานี้จะพาคุณไปสำรวจรากเหง้าของปัญหาผ่าน *2 โครินธ์ บทที่ 6* ที่เปาโลกล่าวกับชาวโครินธ์ว่า "ใจของเราเปิดรับท่าน... แต่ใจของท่านปิดเพราะความรู้สึกของตนเอง" ความขัดแย้งที่น่ากลัวคือ มนุษย์มักเชื่อ "เสียงในใจ" ที่บอกว่า "เขาเกลียดฉัน" หรือ "ฉันไม่ดีพอ" มากกว่าความจริง พระคัมภีร์เปรียบเทียบเราเหมือน "ลาป่า" ที่เตลิดไปตามสัญชาตญาณและอารมณ์ เราพยายามสร้างเกราะป้องกันตัวเองด้วยการปิดใจ แต่พระเจ้ากลับมีวิธีการที่ต่างออกไป พระองค์อนุญาตให้เกิดปัญหา (เหมือนน้ำท่วมในสดุดี 32) ไม่ใช่เพื่อให้เราหนี แต่เพื่อให้เป็นเวลาที่เราจะ "พบพระองค์" และเปิดใจออก คำเทศนานี้ยังยกตัวอย่างที่ท้าทายจากชีวิตของ *ดาวิด* และ *อับราฮัม* ในพระธรรมโรม ทั้งคู่ไม่ใช่คนดีพร้อม ดาวิดทำบาปหนักหนาสาหัส (ล่วงประเวณีและฆ่าคน) จนสมควรตายในสายตามนุษย์ แต่ทำไมพระเจ้าถึงเรียกเขาว่าเป็น "ผู้ชอบธรรม" และ "ผู้ที่มีความสุข"? คำตอบอยู่ที่การ "ทิ้งความคิดของตนเอง" (อิสยาห์ 55) และยอมรับมุมมองของพระเจ้า การเชื่อพระเจ้าไม่ใช่การพยายามทำตัวให้ดีขึ้นหรือทำตามความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงง่าย แต่คือการยอมรับว่า "ทางของพระเจ้าสูงกว่าทางของเรา" และยอมให้พระคำเข้ามาหักล้างความรู้สึกผิดๆ ในใจเรา สิ่งที่คุณจะได้ค้นพบอย่างลึกซึ้งในคำเทศนานี้: สำรวจกลลวงของมารซาตานที่ชอบใช้ "ความเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ" (เช่น เรื่องไมค์เสียงดัง, การไม่รับโทรศัพท์) เพื่อทำให้เราปิดใจและตัดขาดจากพระพร เข้าใจ ความแตกต่างระหว่าง "การเชื่อตามความรู้สึก" (แบบอับราฮัมในตอนแรก) กับ "ความเชื่อที่พระเจ้ายอมรับ" (เชื่อในสิ่งที่พระเจ้าตรัสแม้จะขัดแย้งกับสายตา) เรียนรู้ วิธี "ทิ้งความคิดของตนเอง" และ "สละทางของตน" ตามอิสยาห์ 55:7 เพื่อเปิดทางให้พระเจ้าทำงานในใจ ค้นพบท่าทีที่ถูกต้องเมื่อเจอปัญหาหรือการถูกปฏิเสธ (เช่น กรณีงานศพคุณแม่ซิสเตอร์รุ้ง) ว่าเราจะมองเป็น "โอกาสในการเห็นงานของพระเจ้า" ได้อย่างไร คำเทศนานี้เน้นย้ำแก่นของ *ข่าวประเสริฐ* โดยชี้ให้เห็นว่า *ความบาป* คือการที่เรายึดติดกับ "ความถูกต้อง" และ "ความรู้สึก" ของตนเองจนปิดใจต่อพระเจ้า *การกลับใจ* ที่แท้จริงคือการ "ทิ้งความคิดตัวเอง" และยอมรับว่าเราเป็นเหมือนลาป่าที่ต้องการการนำพา เมื่อเราละทิ้งมาตรฐานของเนื้อหนังและหันมาพึ่งพา *พระคุณ* เราจะได้รับ *ความเชื่อ* ที่มองเห็น *ความชอบธรรม* ในแบบที่พระเจ้ามอบให้ (เหมือนที่ทรงมอบให้ดาวิด) นำไปสู่ *การชำระบาป* และการเปิดใจออกรับสันติสุขที่แท้จริง วันนี้ คุณพร้อมที่จะปลดล็อก "กรงขังแห่งความรู้สึก" แล้วเปิดใจให้กว้าง เพื่อให้ความสว่างของพระเจ้าส่องเข้ามาขับไลความมืดในใจคุณหรือยัง? หากคุณต้องการเลิกเป็นทาสของอารมณ์ความรู้สึก และอยากมีชีวิตที่มั่นคงด้วยการเปิดใจต่อพระคำของพระเจ้า อย่าลืมกด Like, Comment แบ่งปันพระพรนี้ให้คนที่กำลังท้อแท้ และ Subscribe เพื่อติดตามคำสอนที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ #ข่าวประเสริฐที่ชัดเจน #มาตรฐานเนื้อหนัง #พระวิญญาณบริสุทธิ์ #การชำระบาป #ความเชื่อ #พระคุณ #ความชอบธรรม #การกลับใจ #การเชื่อพระเจ้า #คำสอนคริสเตียน #GoodNewsMission #ทิ้งความคิดตัวเอง #2โครินธ์6 #เปิดใจ #อิสยาห์55 #ดาวิด #อย่าเชื่อความรู้สึก