У нас вы можете посмотреть бесплатно การเดินทางไปศึกษาดูงานอยุธยา или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
คณะอนุกรรมาธิการด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และประเพณี เดินทางไปราชการเพื่อศึกษาดูงานการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณสถานอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน ระหว่างวันที่ 27 - 28 มีนาคม 2568 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสรุปได้ดังนี้ วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 10.30 นาฬิกา ศึกษาดูงานการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้เข้าชมการจัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญและรับฟังบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชนและพื้นที่ประวัติศาสตร์ เวลา 13.30 นาฬิกา จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน นักวิชาการ และตัวแทนภาคประชาชน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) บทบาทในการมีส่วนร่วมบริหารจัดการโบราณสถาน (2) ปัญหาและอุปสรรคในการอนุรักษ์และดูแลพื้นที่โบราณสถาน และ (3) แนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและแหล่งโบราณสถานอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมแนวทางการปฏิบัติที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาติให้มีความยั่งยืนและเกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง จากการประชุมดังกล่าว พบว่าการอนุรักษ์โบราณสถานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยกรมศิลปากรเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศาสนสถาน ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา ชุมชนและประชาชน ในการดูแลและใช้ประโยชน์จากโบราณสถานอย่างยั่งยืน ปัญหาหลัก ได้แก่ การขาดงบประมาณและบุคลากรเฉพาะทางหรือผู้เชี่ยวชาญทางสถาปัตยกรรมโบราณสถานในส่วนภูมิภาค การบุกรุกพื้นที่ และการพัฒนาเมืองที่กระทบภูมิทัศน์ นอกจากนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงยังอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบต่อมรดกโลก (HIA) เพื่อป้องกันไม่ให้แหล่งมรดกโลกอยุธยาถูกจัดอยู่ในรายชื่อพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกันภาคประชาชนและเอกชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานผ่านกิจกรรมท้องถิ่นและนโยบายต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรฐานในการพัฒนาที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน เวลา 18.30 นาฬิกา ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการแหล่งโบราณสถานอย่างมีส่วนร่วม ภายใต้โครงการ “Ayutthaya Sundown 2025” วัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นตัวอย่างของการบูรณาการการอนุรักษ์กับการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม “วัดชัยวัฒนารามโมเดล” ซึ่งเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการพื้นที่โบราณสถานแบบบูรณาการ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียนและราชการ (บวร) ในการใช้พื้นที่โบราณสถานอย่างสมดุลทั้งในด้านศาสนา การอนุรักษ์ และการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา ศึกษาดูงานแนวทางการบริหารจัดการโบราณสถานในพื้นที่วัด ณ วัดใหญ่ชัยมงคล โดยเฉพาะกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ผ่านใกล้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบต่อมรดกโลก (HIA) และผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่เขตเกาะเมืองอยุธยาจะได้รับผลกระทบไม่มาก แต่พื้นที่เขตเทศบาลเมืองอโยธยา และแนวคลองดุสิตมีโบราณสถานที่อาจได้รับผลกระทบจากทางรถไฟยกระดับ โดยเฉพาะด้านทัศนียภาพ จึงมีข้อเสนอในรายงานกระทบต่อมรดกโลก (HIA) ให้ลดระดับโครงสร้างและขนาดสถานีลง นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่คัดค้านโครงการ แต่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการจราจรและระบบขนส่ง เมื่อมีการเปิดใช้สถานีรถไฟความเร็วสูง จากนั้น คณะอนุกรรมาธิการเข้ากราบนมัสการพระครูสิริชัยมงคล (สำรอง ชยธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล และท่านได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์วัดให้คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ความเป็นไทยดั้งเดิม ทั้งในด้านรูปแบบสถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างถาวรภายในวัด โดยให้มีความกลมกลืนกับบริบทของโบราณสถานโดยรอบ อันเป็นการธำรงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมทั้งได้กล่าวอนุโมทนาและอวยพรให้คณะอนุกรรมาธิการประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจ ด้วยความราบรื่นและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ เวลา 11.00 นาฬิกา ศึกษาการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ณ ปางช้างอยุธยาแลเพนียด ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการเลี้ยงช้างไทยและฝึกช้างที่สืบทอดมาช้านาน ผ่านโครงการและกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยรักษาประเพณีและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับช้าง แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญ ของช้างในสังคมไทย รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เวลา 13.00 นาฬิกา ศึกษามรดกภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชนในการเลี้ยงช้าง ณ หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเกิดช้างแฝดต่างเพศคู่แรกของโลก เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 โดยแม่ช้างพังจามจุรี อายุ 36 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามแก่ช้างแฝดคู่นี้ว่า “พลายสรรพลักษณ์โสภณ” สำหรับช้างเพศผู้ และ “พังสกลลักษณ์โสภิต” สำหรับช้างเพศเมีย ต่อมาในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ได้จัดพิธี “คชสารสยุมพร” หรือพิธีแต่งงานช้างแฝดคู่นี้ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทชยันโตและประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณีที่มีต่อช้างในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน