У нас вы можете посмотреть бесплатно EP011 หัวใจแห่งวันมาฆบูชา или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
เพจ “ท้ายห้อง เรียนธรรม” ภูมิใจนำเสนอ การเรียบเรียงเนื้อหาในวันสำคัญนี้สมบูรณ์และลึกซึ้งที่สุด ผมขอรวบรวมประวัติความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มาสังเคราะห์เข้ากับหลักธรรมเรื่องปัญญาและโอวาทปาติโมกข์ที่คุณได้ให้ไว้ เรียบเรียงเป็นบทพูดที่สละสลวยดังนี้ครับ เรื่อง: หัวใจแห่งวันมาฆบูชา แสงสว่างแห่งปัญญาและการสลายความเป็นตัวตน "สวัสดีครับ... ในค่ำคืนวันเพ็ญเดือน ๓ ที่แสงจันทร์สว่างนวลตาเช่นนี้ เราไม่ได้เพียงแค่มาระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่เรากำลังระลึกถึง 'หัวใจ' ที่ทำให้พระพุทธศาสนายังคงความงดงามและสว่างไสวมาจนถึงทุกวันนี้ครับ หากจะย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล วันมาฆบูชาคือวันที่เกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ที่เรียกว่า 'จาตุรงคสันนิบาต' หรือการประชุมพร้อมกันด้วยองค์ ๔ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นด้วยการนัดหมาย แต่เกิดขึ้นด้วยแรงดึงดูดแห่งกุศลและเหตุปัจจัยที่ถึงพร้อมครับ... ๑. การพบกันของเหล่าอรหันต์ (แรงดึงดูดแห่งธรรม) ลองจินตนาการถึงภาพพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร... ทุกท่านล้วนเป็น 'เอหิภิกขุอุปสัมปทา' (ผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เอง) และทุกท่านล้วนเป็นผู้ที่ 'จบกิจ' คือดับกิเลสเป็นพระอรหันต์หมดสิ้นแล้ว นี่ไม่ใช่การนัดหมายเพื่อแสวงหาลาภยศ แต่เป็นการนัดหมายของ 'จิต' ที่บริสุทธิ์ เพื่อมารับฟังแม่บทสำคัญที่จะใช้ในการเผยแผ่ความจริงสู่ชาวโลกครับ ๒. ขันติคือเครื่องแผดเผากิเลส (การอดทนที่ประกอบด้วยปัญญา) ในท่ามกลางธรรมสภานั้น พระพุทธองค์ทรงประทาน 'โอวาทปาติโมกข์' ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำที่ลึกซึ้งว่า "ขันติ คือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง" ความอดทนในที่นี้ ไม่ใช่เพียงการอดทนต่อความร้อนหนาวหรือความเหนื่อยยากทางกายครับ แต่คือ 'ความพากเพียร (วิริยะ)' ที่จะอดทนรับฟังพระธรรมที่ฝืนต่อความรู้สึกของตัวตน ความอดทนที่จะศึกษาให้เข้าถึงลักษณะของจิตและรูปที่กำลังเกิดดับในขณะนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากกว่าความพากเพียรในทางโลกหลายเท่าตัวนัก ๓. หัวใจพุทธศาสตร์: การชำระจิตด้วยความเข้าใจ (ไม่ใช่การบังคับ) หลักการสูงสุดที่ทรงสรุปไว้คือ 'การละความชั่ว ทำความดี และชำระจิตให้บริสุทธิ์' ซึ่งหากเรามองผิวเผินอาจดูเหมือนง่าย แต่ในทางปรมัตถธรรมนั้นมีความลับซ่อนอยู่ครับ: กิเลสไม่ได้ดับด้วยความอยาก: การจะชำระจิตให้บริสุทธิ์ ไม่ได้ทำได้ด้วยการ 'บังคับ' หรือใช้ความอยากที่จะละ เพราะความอยากนั้นเองก็คือกิเลส (โลภะ) ปัญญาคือเครื่องมือเดียว: เราคุ้นเคยกับความไม่รู้ (อวิชชา) มานับภพนับชาติ หนทางเดียวที่จะล้างความมืดบอดนี้ได้คือ 'ปัญญา' หรือความเห็นถูกจากการตั้งใจฟังและพิจารณาพระธรรม จนเห็นว่าไม่มีเรา ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล มีเพียงสภาพธรรมะที่เกิดดับตามเหตุปัจจัยเท่านั้น ละได้เองเมื่อปัญญาถึงพร้อม: เมื่อปัญญาเจริญขึ้นจนเห็นโทษของกิเลส จิตจะค่อยๆ ละคลายความยึดถือไปเองตามลำดับ เหมือนแสงสว่างที่ขับไล่ความมืดไปโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องมีใครไปบังคับให้ความมืดหายไปเลยครับ บทสรุป: มาฆบูชาในใจเรา สุดท้ายแล้ว... ความหมายที่แท้จริงของวันมาฆบูชาสำหรับเราในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการเวียนเทียนรอบโบสถ์ แต่คือการเริ่มต้น 'อดทนและเพียรฟังพระธรรม' เพื่อสะสมปัญญาให้เกิดขึ้นในใจ เพราะลาภอันประเสริฐที่สุดที่โจรปล้นไปไม่ได้ คือ 'ความเข้าใจที่ถูกต้อง' ว่าชีวิตคืออะไร และการชำระจิตให้บริสุทธิ์ด้วยปัญญานี้เอง คือการบูชาพระพุทธองค์ที่สูงสุดยิ่งกว่าการบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียนใดๆ ในโลกครับ" #วันมาฆบูชา #มาฆบูชา #จาตุรงคสันนิบาต #โอวาทปาติโมกข์ #ขันติคือความอดทน #ปัญญา #ชำระจิตให้บริสุทธิ์ #ไม่มีเรา #อนัตตา #ฟังธรรม #ธรรมะใกล้ตัว #ศึกษาธรรม #แสงสว่างแห่งปัญญา #หัวใจพุทธศาสนา #บูชาด้วยปัญญา #ท้ายห้องเรียนธรรม