У нас вы можете посмотреть бесплатно ทำงานหนักทั้งชีวิต...ทำไมยังไม่รวย? นโปเลียน ฮิลล์ มีคำตอบ! или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน คน A ถึงรุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คน B ทำงานมาทั้งชีวิตแต่ก็ยัง "มือเปล่า" ไม่มีอะไรเหลือเลย? คนอื่นเรียกมันว่าโชคดี แต่แนโปเลียน ฮิลล์ (Napoleon Hill) เรียกว่าศาสตร์แห่ง "จิตใจ" วันนี้ผมจะมอบกุญแจสำคัญให้คุณเพื่อรีเซ็ตสมองของคุณ ให้มันกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูด "ความมั่งคั่ง" 1. ["กฎแห่งความถี่"]: คุณคือสถานีส่งสัญญาณ ไม่ใช่เครื่องรับวิทยุ "คำจำกัดความ" ของส่วนนี้คือ: คุณส่ง "คลื่นความถี่" อะไรออกไปผ่านความคิดและนิสัย คุณก็จะดึงดูด "โอกาส" หรือ "ปัญหา" เข้ามาตามคลื่นความถี่นั้น คน A ตื่นเช้ามาก็ไถฟีด อ่านข่าวฉาว แล้วก็อัด "ความวิตกกังวล" เข้าสู่สมอง คน A เห็นคนอื่นดีกว่าตัวเองหมด แล้วก็เปิดโหมด "ความคิดแบบขาดแคลน" เหมือนกับว่าชีวิตนี้ไม่มีที่ว่างให้ตัวเอง คน B ตื่นเช้ามานั่งนิ่ง ๆ "5 นาที" ทบทวนว่า "เป้าหมาย" ของวันนี้คือการสร้างคุณค่าอะไรให้ผู้อื่นบ้าง คน B ไม่ได้ขอเงิน แต่คน B ออกคำสั่งกับตัวเองด้วย "สมาธิ" กลไกคือสมองของคุณเหมือนไฟฉาย และไฟฉายนั้นชื่อว่า "ความสนใจ" ถ้าคุณ "สนใจ" ไปที่ความขาดแคลน คุณก็จะเห็นแต่ความขาดแคลนไปทุกที่ และการกระทำก็จะออกมาในลักษณะ "ตั้งรับ" ถ้าคุณ "สนใจ" ไปที่ทางออก คุณก็จะเริ่มมองเห็นเส้นทาง และการกระทำก็จะเปลี่ยนไปเป็นแบบ "เชิงรุก" คน A ตั้งคลื่นวิทยุไปที่ช่อง "กลัวพลาดโอกาส" ดังนั้นอะไรที่กำลังฮิต หัวใจก็จะเต้นรัว มือไม้อยากควักเงิน คน A ซื้อเพราะ "จิตวิทยาหมู่" ไม่ได้ซื้อเพราะเข้าใจ "คุณค่า" คน B ตั้งคลื่นวิทยุไปที่ช่อง "แผนการ" ดังนั้นก่อนจะจ่ายเงิน คน B จะถามตัวเองว่าสิ่งนี้จะเพิ่ม "สินทรัพย์" หรือเพิ่ม "หนี้สิน" ดังที่แนโปเลียน ฮิลล์ กล่าวไว้ คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเงิน แต่คุณต้องเป็นคนที่ "กระแสเงิน" ต้องการไหลเข้ามาหา บทเรียนที่ใช้ได้ทุกที่คือ: หากต้องการเปลี่ยน "ผลลัพธ์" ให้เปลี่ยน "คลื่นความถี่" ของความคิดและมาตรฐานการกระทำก่อน 2. ["กลไกความเชื่อ"]: ลบซอฟต์แวร์ "ขาดแคลน" เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ "ความมั่งคั่ง" "คำจำกัดความ" ของส่วนนี้คือ: "ความเชื่อ" คือซอฟต์แวร์พื้นฐาน และหากซอฟต์แวร์ผิดพลาด การทำงานทุกอย่างก็จะผิดพลาดตามไปด้วยในลักษณะ "อัตโนมัติ" คน A มักจะพูดว่า: ฉันไม่มี "เงินทุน" ฉันไม่มี "พรสวรรค์" ฉันไม่มี "โอกาส" ทุกครั้งที่คน A พูดเช่นนั้น พวกเขากำลังขังสมองไว้ในห้อง "เหยื่อ" แล้วก็โทษว่าชีวิตไม่เปิดทางให้ คน B เปลี่ยนคำถามเป็น: ฉันจะ "สร้าง" มันขึ้นมาได้อย่างไร ไม่ใช่ฉันจะ "ซื้อได้" ไหม ดังที่แนโปเลียน ฮิลล์ กล่าวไว้ การเปลี่ยนคำถามคือการเปลี่ยน "วิธีการทำงาน" เพราะสมองจะเปิดโหมด "การแก้ไขปัญหา" คน A มองดูกระเป๋าสตางค์ปัจจุบันเพื่อตัดสินอนาคต ดังนั้นอนาคตของ A จึงถูกจำกัดด้วย "สภาพที่เป็นอยู่" คน B มองไปที่ "ศักยภาพ" ที่สามารถสร้างได้ ดังนั้นอนาคตของ B จึงขยายออกตาม "ความสามารถ" ในชีวิตประจำวัน "ความคิดแบบขาดแคลน" มักจะแสดงออกมาทางคำพูดติดปาก เช่น "ช่างเถอะ", "ไม่ถึงคิวเราหรอก", "อย่าฝันไปเลย" ดังที่แนโปเลียน ฮิลล์ กล่าวไว้ ทุกครั้งที่คุณพูดว่า "ฉันทำไม่ได้" คุณกำลังปิด "ประตู" ด้วยตัวเอง และเมื่อ "ประตู" ปิดนานพอ คุณก็จะลืมไปเลยว่าคุณเคยมีกุญแจ เมื่อคน A ได้เงินเพิ่ม พวกเขาต้องการชดเชยทางอารมณ์ จึงใช้จ่ายเพื่อให้รู้สึก "ดีขึ้น" คน B เมื่อได้เงินเพิ่ม ต้องการเพิ่มระบบ จึงแบ่งเงินตาม "หน้าที่" คน B ให้ความสำคัญกับ "กองทุนสำรอง" เพื่อซื้อ "ความสงบ" เพราะความสงบคือสินทรัพย์ที่มองไม่เห็นแต่มีค่ามาก คน B ให้ความสำคัญกับการ "ลงทุนระยะยาว" เพื่อบ่มเพาะ "ดอกเบี้ยทบต้น" เพราะดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานได้ดีกับคนที่ "สม่ำเสมอ" เท่านั้น บทเรียนที่ใช้ได้ทุกที่คือ: อย่าถามว่า "ซื้อได้ไหม" แต่ให้ถามว่า "สร้างขึ้นมาได้อย่างไร" 3. ["อัตลักษณ์ทางการเงิน"]: เงินอยู่กับ "ตัวบุคคล" ไม่ได้อยู่กับ "แรงบันดาลใจ" "คำจำกัดความ" ของส่วนนี้คือ: "อัตลักษณ์" คือการที่คุณเป็นใครเมื่ออยู่ต่อหน้าเงิน และอัตลักษณ์นี้กำหนดพฤติกรรมอย่างน้อย "80%" คน A บอกว่าอยากรวย แต่ตัวตนของเขายังคงเป็นคนที่ "ใช้จ่ายเพื่อพิสูจน์" คน A เห็นคนอื่นซื้ออะไรก็อยากซื้อตาม เพราะกำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยการ "เปรียบเทียบ" คน B บอกว่าอยากรวย และอัตลักษณ์ของเขาคือคนที่ "จ่ายให้ตัวเองก่อน" คน B มองว่าการโอนเงินออมเป็นเหมือนการจ่าย "บิลสำหรับอนาคต" ถ้าไม่ได้จ่ายจะรู้สึกไม่สบา...