У нас вы можете посмотреть бесплатно วิ แพ่ง 10 ให้การ, ฟ้องแย้ง, การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง/คำให้การ, การทิ้งฟ้อง และการถอนฟ้อง или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
1. คำให้การ (มาตรา 177) หลักเกณฑ์ คำให้การต้องชัดแจ้งว่าจะ "ยอมรับ" หรือ "ปฏิเสธ" ข้อหาของโจทก์ การปฏิเสธ ต้องมี "เหตุแห่งการปฏิเสธ" ด้วย หากปฏิเสธลอยๆ (เช่น ไม่จริง, ไม่ยอมรับ) โดยไม่มีเหตุผล ศาลอาจถือว่าไม่มีประเด็นให้นำสืบ ตัวอย่าง คดีตั๋วเงินหรือค้ำประกัน หากจำเลยปฏิเสธลอยๆ ว่าไม่ได้ทำสัญญา หรือสัญญาไม่สมบูรณ์โดยไม่ระบุว่าปลอมอย่างไร จะนำสืบพยานหลักฐานไม่ได้ (ฎ. 2662/2517) การไม่ทราบไม่รับรอง กรณีจำเลยให้การว่า "ไม่ทราบ ไม่รับรอง" (เช่น สถานะนิติบุคคลของโจทก์) ถือว่าไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้ยอมรับ ทำให้ไม่มีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องนั้น คำให้การขัดแย้งกัน หากคำให้การขัดแย้งกันเอง (เช่น อ้างว่าเป็นที่ดินของตนเอง แต่ตอนท้ายบอกว่าครอบครองปรปักษ์ที่ดินโจทก์) อาจเป็นคำให้การที่เสียไป แต่หากมีการ "สละประเด็น" ในชั้นชี้สองสถาน เหลือเพียงประเด็นเดียวที่ไม่ขัดกัน ก็สามารถดำเนินคดีต่อได้ (ฎ. 7082/2544) 2. ฟ้องแย้ง (มาตรา 177 วรรคสาม) สถานะ ฟ้องแย้งถือเป็น "คำฟ้อง" ชนิดหนึ่งที่จำเลยฟ้องกลับโจทก์ในคดีเดียวกันเพื่อความสะดวก เงื่อนไขสำคัญ ฟ้องแย้งต้อง "เกี่ยวกับฟ้องเดิม" พอที่จะรวมพิจารณาเข้าด้วยกันได้ (เช่น สัญญาเดียวกัน, ทรัพย์สินเดียวกัน) หากเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ศาลจะสั่งไม่รับฟ้องแย้ง ให้ไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ตัวอย่าง ฟ้องขับไล่ (เรื่องสัญญาเช่า) แต่จำเลยฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากการดัดแปลงตึก (เรื่องละเมิด/จัดการงานนอกสั่ง) ถือว่าไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมในประเด็นหลักฐาน แต่ถ้าเกี่ยวเนื่องกัน เช่น ซื้อขายที่ดินแปลงเดียวกัน ก็รับได้ (ฎ. 933/2540) ฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ฟ้องแย้งที่อาศัยเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่แน่นอน (เช่น "หาก" จำเลยแพ้คดีต้องออกจากบ้าน ขอให้โจทก์จ่ายค่าซ่อม) หรือขัดแย้งกับคำให้การ (เช่น ปฏิเสธว่าไม่ได้บุกรุก แต่ฟ้องแย้งว่าครอบครองปรปักษ์) ศาลมักจะไม่รับ กระบวนการ เมื่อจำเลยฟ้องแย้ง ต้องชำระค่าธรรมเนียมศาลและส่งหมายเรียกให้โจทก์ (จำเลยในฟ้องแย้ง) แก้ฟ้องแย้งภายใน 15 วัน (มาตรา 178) 3. การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องและคำให้การ (มาตรา 179, 180, 181) หลักเกณฑ์ (ม.179) ทำเพื่อแก้ข้อผิดพลาด เพิ่มลดทุนทรัพย์ หรือตั้งข้อหา/ข้อต่อสู้ใหม่ แต่ต้อง "เกี่ยวกับฟ้องเดิม" และห้ามเปลี่ยนตัวคู่ความ ตัวอย่าง แก้ชื่อจำเลยที่สะกดผิดทำได้ แต่เปลี่ยนตัวจำเลยจากนาย ก. เป็น นาย ข. ทำไม่ได้ ความเกี่ยวข้อง หากขอแก้ฟ้องเพื่อเรียกเงินคนละยอด คนละสัญญา คนละช่วงเวลา ถือว่าไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม (ฎ. 6567/2537) กำหนดเวลา (ม.180) คดีมีวันชี้สองสถาน ยื่นคำร้อง ก่อนวันชี้สองสถาน คดีไม่มีวันชี้สองสถาน ยื่น ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ข้อยกเว้น ยื่นล่าช้าได้หากมี "เหตุอันสมควร", เกี่ยวกับ "ความสงบเรียบร้อย", หรือแก้ไข "ข้อผิดพลาดเล็กน้อย" (ที่ไม่กระทบประเด็นแพ้ชนะ) กระบวนการ (ม.181) ต้องทำเป็นคำร้อง และศาลต้องส่งสำเนาให้อีกฝ่ายทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนมีคำสั่ง (เว้นแต่จะสั่งยกคำร้องเลย) 4. การทิ้งฟ้อง (มาตรา 174) ถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดี ศาลสั่งจำหน่ายคดีได้ 1. ไม่ร้องขอให้ส่งหมายเรียกให้จำเลยภายใน 7 วันนับแต่วันยื่นฟ้อง 2. เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีตามคำสั่งศาลภายในเวลาที่กำหนด ฟ้องแย้งก็ทิ้งฟ้องได้ จำเลย (ในฐานะโจทก์ฟ้องแย้ง) มีหน้าที่ต้องนำส่งหมายเรียกฟ้องแย้งให้โจทก์ หากเพิกเฉยก็ถือว่าทิ้งฟ้องแย้งเช่นกัน