У нас вы можете посмотреть бесплатно ใจเหนื่อยเพราะข่าว หรือเพราะเราไม่รู้จักวาง или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
#ชีวิตเรียบง่าย ใจไม่วุ่นวาย นั่นแหละคือความสุข ในยุคที่ข่าวสารไหลเร็วกว่าแม่น้ำ, เรื่องราววิ่งเข้าหาเราตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง, มือถือไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร, แต่กลายเป็นประตูที่เปิดให้ความวุ่นวายหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจโดยไม่รู้ตัว. เราเสพข่าวตั้งแต่ลืมตา, เช็กแจ้งเตือนก่อนล้างหน้า, อ่านคอมเมนต์ก่อนทักทายคนข้างกาย, แล้วก็สงสัยว่าทำไมใจถึงไม่สงบเหมือนเดิม. ข่าวบางข่าวทำให้โกรธ, บางเรื่องทำให้กลัว, บางกระแสทำให้เปรียบเทียบ, และบางโพสต์ทำให้รู้สึกว่าชีวิตของคนอื่นดีกว่าของเราเสมอ. ใจจึงไม่เคยได้พัก, เพราะเราปล่อยให้ข้อมูลเป็นผู้กำหนดอารมณ์, ปล่อยให้คำพูดของคนแปลกหน้าเป็นผู้ควบคุมความรู้สึก, โดยที่ไม่เคยถามตัวเองเลยว่า, ใจเราพร้อมรับสิ่งเหล่านี้หรือไม่. ตามหลักพระธรรมคำสอน, ใจที่ไม่รู้จักประมาณในการรับอารมณ์, ย่อมเหมือนภาชนะที่ถูกเทน้ำใส่ตลอดเวลา, สุดท้ายก็ล้น, เปียก, และหนัก, ทั้งที่เราเป็นคนยื่นภาชนะไปรับเอง. พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องอินทรียสังวร, คือการสำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ, ไม่ใช่การปิดกั้นโลก, แต่คือการรู้เท่าทันว่า, อะไรควรรับ, อะไรควรวาง. แต่วันนี้เราเปิดทุกอย่าง, รับทุกข่าว, ฟังทุกเสียง, อ่านทุกดราม่า, โดยไม่เคยสำรวมใจเลยสักครั้ง. เราอ้างว่าอยากรู้เท่าทันโลก, แต่กลับไม่รู้เท่าทันความฟุ้งซ่านที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆในใจ. เราบอกว่าข่าวสำคัญ, แต่ไม่เคยถามว่า, ความสงบสำคัญกว่าหรือไม่. เมื่อใจถูกเลี้ยงด้วยข่าวร้ายบ่อยๆ, ใจก็เริ่มมองโลกในแง่ร้ายโดยไม่ตั้งใจ. เมื่อเสพโซเชียลอย่างขาดสติ, ใจก็เริ่มกระสับกระส่าย, ต้องการสิ่งกระตุ้นใหม่ตลอดเวลา, และเมื่อไม่ได้เสพ, ใจก็ว่างเปล่า, เหงา, และหงุดหงิด. นี่ไม่ใช่ความผิดของข่าว, แต่เป็นความเผลอของใจที่ขาดสติ. พระธรรมไม่ได้สอนให้หนีโลก, แต่สอนให้ตั้งหลักในโลก. ไม่ได้สอนให้ไม่รู้ข่าว, แต่สอนให้รู้ใจขณะเสพข่าว. หากเราดูข่าวด้วยสติ, ใจก็แค่รับรู้แล้ววาง, แต่ถ้าดูข่าวด้วยอารมณ์, ใจก็จะเก็บ, แบก, และปรุงแต่งต่อไม่รู้จบ. ลองสังเกตตัวเองเถิด, เวลาข่าวหนึ่งผ่านเข้ามา, ใจเรานิ่งหรือสั่น. เวลาคอมเมนต์หนึ่งปรากฏ, ใจเราสงบหรือร้อน. หากใจร้อนบ่อย, นั่นคือสัญญาณว่าเราเสพเกินพอดี. ธรรมะเรียกความพอดีนี้ว่า มัชฌิมา, คือทางสายกลาง, ไม่ตึง, ไม่หย่อน, ไม่ปล่อยใจไหลไปตามกระแสโลกจนลืมดูแลตัวเอง. ความสงบไม่ได้เกิดจากการไม่มีข่าว, แต่เกิดจากการมีสติ. ไม่ได้เกิดจากการปิดโซเชียลถาวร, แต่เกิดจากการรู้จักหยุด. หยุดอ่านเมื่อใจเริ่มหนัก, หยุดดูเมื่ออารมณ์เริ่มแกว่ง, และหยุดเสพเมื่อรู้ว่าใจต้องการพัก, ไม่ใช่ข้อมูลเพิ่ม. ในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า, ใจที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้. แต่ใจที่ปล่อยตามอารมณ์, นำทุกข์มาให้เหมือนศัตรู. ข่าวและโซเชียลจึงไม่ต่างจากของมีคม, ใช้เป็นก็เกิดประโยชน์, ใช้ไม่เป็นก็ทำร้ายตัวเอง. หลายคนบอกว่าไม่มีเวลาเจริญสติ, แต่มีเวลาเลื่อนหน้าจอเป็นชั่วโมง. บอกว่านั่งสมาธิยาก, แต่สามารถจดจ่อกับข่าวดราม่าได้ทั้งวัน. นี่ไม่ใช่เพราะใจเราไม่เก่ง, แต่เพราะเราเลือกจะฝึกผิดทาง. ใจถูกฝึกให้ไวต่อสิ่งเร้า, แต่ไม่เคยถูกฝึกให้นิ่งกับลมหายใจ. หากเราแบ่งเวลาเพียงเล็กน้อย, จากการเสพข่าวมาเสพความสงบ, จากการรับข้อมูลมาอยู่กับลมหายใจ, ใจจะค่อยๆกลับมามีพลัง. ความสงบไม่ต้องซื้อ, ไม่ต้องแชร์, ไม่ต้องอัปเดต, แค่หยุด, และรู้ตัว. พระพุทธองค์ทรงสอนว่า, สติเป็นทางเอกเพื่อความพ้นทุกข์. สติจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว, แต่คือการรู้ว่าตอนนี้ใจกำลังทำอะไร. กำลังหลง, กำลังไหล, หรือกำลังพัก. หากเรารู้ทันตรงนี้, ข่าวก็เป็นแค่ข่าว, โซเชียลก็เป็นแค่เครื่องมือ, ไม่ใช่นายเหนือใจเรา. หลายครั้งที่ใจเราวุ่นวาย, ไม่ใช่เพราะชีวิตยาก, แต่เพราะเรารับสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป. ข่าวบางเรื่องไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น, แต่กลับทำให้ใจหนักลง. การรู้จักคัดกรองจึงเป็นเมตตาต่อตัวเองรูปแบบหนึ่ง. ธรรมะไม่เคยห้ามการรับรู้, แต่สอนการรู้พอดี. ไม่เคยสอนให้ปิดหูปิดตา, แต่สอนให้เปิดใจอย่างมีสติ. หากวันนี้เรายังต้องอยู่กับโลกออนไลน์, ก็ขอให้อยู่แบบไม่หลง, เสพอย่างรู้ตัว, และเว้นที่ว่างให้ความสงบได้หายใจ. เมื่อใจได้พัก, ปัญญาจะเกิด. เมื่อใจไม่ถูกข่าวกลบ, เสียงธรรมจะดังขึ้นเอง. และเมื่อใจเริ่มสงบ, เราจะค่อยๆเห็นว่า, สิ่งที่เราตามหาในหน้าจอ, แท้จริงแล้วอยู่ใกล้กว่านั้นมาก, อยู่ที่ลมหายใจเข้าออก, และการรู้ตัวในปัจจุบันขณะ. ขอให้ท่านผู้ฟังเพียงฟังต่อไปอย่างสบายใจ, ไม่ต้องเร่ง, ไม่ต้องคิดตามทุกประโยค, แค่รับฟังเหมือนนั่งพักใต้ร่มไม้, ปล่อยให้ธรรมะค่อยๆซึมเข้าไป, โดยไม่ต้องบังคับใจ.