У нас вы можете посмотреть бесплатно โรงกลั่นชีวภาพ ผสานพลัง จุลินทรีย์หน่อกล้วย เปลือกไข่ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง และ ปัสสาวะสด или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
นวัตกรรมการผลิตและใช้สารละลายแคลเซียมจากเปลือกไข่ด้วยจุลินทรีย์หน่อกล้วย (BSM) เป็นการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับกลไกทางวิทยาศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และโมเดล BCG โดยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งให้เป็นปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้: 1. กลไกทางชีวเคมีและการสกัดแร่ธาตุ เปลือกไข่ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO_3) สูงถึง 94-97% ซึ่งปกติละลายน้ำได้ยาก เมื่อนำมาหมักร่วมกับจุลินทรีย์หน่อกล้วย แบคทีเรียผลิตกรดแลกติก (Lactic Acid Bacteria) จะย่อยสลายน้ำตาลให้กลายเป็นกรดแลกติก ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายทางชีวภาพสกัดแคลเซียมออกมาในรูป "แคลเซียมแลกเตต" สารประกอบนี้เป็นคีเลตธรรมชาติ (Organic Chelate) ที่ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม ทำให้พืชดูดซึมผ่านใบและรากไปใช้ได้เกือบ 100% ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าแคลเซียมสังเคราะห์ทั่วไป 2. นวัตกรรมการผลิตจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) ด้วยก๊าซ CO_2 ในระหว่างกระบวนการสกัดแคลเซียม จะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO_2) เป็นผลพลอยได้ ระบบนี้นำก๊าซดังกล่าวไปเป็นแหล่งคาร์บอนหลักในการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นมวลชีวภาพได้สูงถึง 40-77% ก๊าซ CO_2 ยังทำหน้าที่เป็น "อ่างรับอิเล็กตรอน" (Electron Sink) ช่วยรักษาสมดุลรีดอกซ์ภายในเซลล์ PSB ทำให้จุลินทรีย์เติบโตเร็วและผลิตสารบำรุงพืช เช่น ฮอร์โมน IAA และวิตามินบี 12 ได้มากขึ้น 3. การทำงานร่วมกันเชิงเสริมพลัง (Synergy Effect) ความโดดเด่นของนวัตกรรมนี้คือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างแร่ธาตุและฮอร์โมนพืช: แคลเซียมในฐานะผู้ส่งสาร: แคลเซียมไอออน (Ca^{2+}) ทำหน้าที่เป็น "ผู้ส่งสารทุติยภูมิ" (Secondary Messenger) โดยทำงานร่วมกับโปรตีนแคลโมดูลิน (Calmodulin) เพื่อถอดรหัสสัญญาณจากฮอร์โมนพืช (ออกซิน จิบเบอร์เรลลิน ไซโตไคนิน) ในหน่อกล้วย การพัฒนาโครงสร้าง: แคลเซียมจะจับกับกรดเพกติกสร้าง "แคลเซียมเพกเตต" เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ผนังเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อพืชเหนียว ทนทานต่อโรคและแมลง การเสริมไนโตรเจน: หากผสมปัสสาวะสดลงไป กรดอินทรีย์จาก BSM จะช่วยตรึงไนโตรเจนให้อยู่ในรูปแอมโมเนียมไอออนที่เสถียร ไม่ระเหยเป็นก๊าซแอมโมเนียที่ส่งกลิ่นเหม็น 4. ประโยชน์ต่อพืชและดิน คุณภาพผลผลิต: ป้องกันอาการผลแตกในแตงโมและมะเขือเทศ ป้องกันโรคกุ้งแห้งในพริก และช่วยให้ทุเรียนทรงผลสวย นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้ผลไม้นิ่ม ทำให้เก็บรักษาผลผลิตได้นานขึ้น 25-30% การฟื้นฟูดิน: แคลเซียมไอออนช่วยสะเทินกรดในดินเปรี้ยวจัด (ดินไพไรต์) ปรับค่า pH และลดความเป็นพิษของอลูมิเนียม ขณะที่ PSB ช่วยปลดปล่อยฟอสฟอรัสที่ถูกตรึงในดินออกมาให้พืชใช้ 5. ข้อควรระวังและการจัดการ การเตรียม: ควรล้างเยื่อขาวออกจากเปลือกไข่เพื่อป้องกันเชื้อ Salmonella และการเน่าเสีย การหมัก: ห้ามปิดฝาแน่นสนิทเพราะก๊าซ CO_2 อาจทำให้ภาชนะระเบิดได้ ข้อจำกัด: ไม่ควรใช้กับพืชชอบดินกรด (เช่น สตรอเบอร์รี่) เพราะแคลเซียมจะขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก และในการเลี้ยง PSB ควรคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 35°C เพื่อป้องกันเอนไซม์ทำงานผิดพลาด บทบาทสำคัญของปัสสาวะสดในระบบ ปัสสาวะของมนุษย์ได้รับการยอมรับว่าเป็นปุ๋ยไนโตรเจนที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีไนโตรเจนถึงร้อยละ 80 อยู่ในรูปของ ยูเรีย ซึ่งพืชดูดซึมได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนพืชตามธรรมชาติเข้มข้นสูง ได้แก่ Indoleacetic acid (IAA) 3.29 mg/L ที่ช่วยขยายราก และ Zeatin 1.71 mg/L ที่กระตุ้นการแบ่งเซลล์และชะลอการแก่ของใบ ซึ่งปริมาณไนโตรเจนรวมในปัสสาวะสด (0.68%) นั้นสูงกว่ามาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์เหลวทั่วไป กลไกการเสริมพลัง (Synergy Effect) 1. การตรึงไนโตรเจนและลดกลิ่น: ปัญหาของการใช้ปัสสาวะสดคือการสูญเสียไนโตรเจนเป็นก๊าซแอมโมเนียซึ่งมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อผสมกับจุลินทรีย์หน่อกล้วยที่มีสภาวะเป็นกรด (pH ต่ำกว่า 4) จะช่วยยับยั้งเอนไซม์ยูเรียส และเปลี่ยนแอมโมเนียให้เป็น แอมโมเนียมไอออน (NH_4^+) ซึ่งมีความเสถียร ไม่ระเหยง่าย และไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ 2. การปฏิสัมพันธ์ระหว่างไนโตรเจนและโพแทสเซียม (N-K Interaction): ไนโตรเจนจากปัสสาวะจะทำงานร่วมกับโพแทสเซียมจากหน่อกล้วยและเปลือกไข่ โพแทสเซียมจะช่วยเร่งการเปลี่ยนไนเตรตให้เป็นโปรตีน ทำให้พืชเจริญเติบโตเร็วแต่ยังคงความแข็งแรง ไม่เซลล์อ่อนแอหรือล่อแมลงเหมือนการได้รับไนโตรเจนเพียงอย่างเดียว 3. การกระตุ้นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด: ฮอร์โมน IAA และ Zeatin จากปัสสาวะเมื่อทำงานร่วมกับฮอร์โมนจากหน่อกล้วย จะกระตุ้นการแบ่งเซลล์อย่างรุนแรง จากการทดสอบกับผักโขมพบว่าสูตรผสมนี้ช่วยเพิ่มจำนวนใบได้ถึงร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับการแยกใช้ส่วนประกอบ กลไกการสกัดแคลเซียมและโครงสร้างพืช จุลินทรีย์ผลิตกรดแลกติกจากหน่อกล้วยจะทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายทางชีวภาพ สกัดแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกไข่ให้กลายเป็น "แคลเซียมแลกเตต" ซึ่งละลายน้ำได้ดีและพืชดูดซึมได้ทันที แคลเซียมนี้จะทำหน้าที่เป็น "ผู้ส่งสารทุติยภูมิ" (Secondary Messenger) ช่วยให้เซลล์พืชตอบสนองต่อคำสั่งของฮอร์โมนจากปัสสาวะและหน่อกล้วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมสร้างผนังเซลล์ให้แข็งแรง ป้องกันโรคผลแตกและขั้วหลุดร่วง การผลิตและการนำไปใช้งาน สูตรการผลิต: ใช้ปัสสาวะสด 10 ลิตร จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร เปลือกไข่บด 1 กิโลกรัม และกากน้ำตาล 2 ลิตร หมักทิ้งไว้ 14-30 วัน การใช้งาน: เจือจาง 1:1000 สำหรับฉีดพ่นทางใบ หรือ 1:500 สำหรับรดราดโคนต้น ทุกๆ 7-10 วัน ความคุ้มค่า: น้ำหมักสูตรปัสสาวะผสมนี้ 5 ลิตร อาจมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเติบโตเทียบเท่ากับปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 หนึ่งกระสอบ แต่ให้ความยั่งยืนต่อโครงสร้างดินที่เหนือกว่า นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้เกือบร้อยละ 50 แต่ยังเป็นการจัดการของเสียตามหลัก เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เปลี่ยนปัสสาวะและเปลือกไข่ให้เป็นสารบำรุงพืชคุณภาพสูง