У нас вы можете посмотреть бесплатно เจาะลึก 3 ตัวเลือก ทอ.ไทย อนาคตจัดซื้อบินลำเลียง12 ลำใหม่ใครจะมาแทน C-130H ที่ใช้งานมานานกว่า 40 ปี или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
Music : 'Goliath' by Scott Buckley - released under CC-BY 4.0. www.scottbuckley.com.au กองทัพอากาศได้ดำเนินโครงการปรับปรุง C-130H จำนวน 12 ลำ และได้เสร็จเฟสแรก 8 ลำแล้ว C-130H ที่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยกว่า 40 ปี จะปฏิบัติภารกิจต่อไปได้ จนถึงอย่างน้อยปี พ.ศ. 2583 (ค.ศ. 2040) โดยทำการการอัปเกรดเครื่องยนต์: ในปี 2568 ทอ. เป็นลูกค้ารายแรกในภูมิภาค ที่เริ่มโครงการเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรุ่น Rolls-Royce T56 Series 3.5 ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อถือได้ ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น การอัปเกรดระบบเอวิโอนิกส์: ได้มีการติดตั้งห้องนักบินแบบ Digital (Glass Cockpit), ระบบป้องกันการชน (TCAS 7.1) และระบบติดตามอากาศยานอัตโนมัติ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบินสากลปัจจุบัน ตัวเลือกที่น่าสนใจ: หากมีการจัดหาในอนาคต ตัวเก็งที่สำคัญยังคงเป็น: Lockheed Martin C-130J Super Hercules: รุ่นพัฒนาต่อยอดที่ ทอ. คุ้นเคยและมีสายสนับสนุนเดิมรองรับ Embraer C-390 Millennium: เครื่องบินลำเลียงเครื่องยนต์เจ็ทจากบราซิล ซึ่ง ทอ. ได้ส่งคณะไปศึกษาดูงานและมีความสนใจ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำและสมรรถนะที่ทันสมัย หรือตัวขั้นเทพที่ข้ามรุ่นขึ้นไป นั้นคือ Airbus A400M Atlas วิเคราะห์จุดเด่น-จุดด้อย ในมุมมองของกองทัพอากาศไทย C-130J Super Hercules (สหรัฐฯ): จุดเด่น: C-130J Super Hercules เป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีรุ่นใหม่ที่อัปเกรดเครื่องยนต์ Rolls-Royce AE 2100D3 และใบพัด 6 ใบพัดรุ่นใหม่ ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น 15% บรรทุกน้ำหนักสูงสุดได้มากกว่า 21 ตัน ทำความเร็วสูงสุดได้ 362 นอต (670 กม./ชม.) มีระบบห้องนักบินดิจิทัลล้ำสมัย และลดภาระการบำรุงรักษาลงอย่างมาก จุดด้อย: เทคโนโลยีพื้นฐานเป็นแบบเก่า ทำให้มีข้อจำกัดในบันทุก เครื่องยนต์ใบพัด (Turboprop) มีความเร็วต่ำที่สุดในกลุ่ม เมื่อเทียบกับเครื่องบินลำเลียงที่เป็นไอพ่น ราคาต่อเครื่อง (USD)~$100M - $167M = 5,190 ล้านบาท Embraer C-390 Millennium (บราซิล): จุดเด่น: ความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งราคาซื้อและค่าใช้จ่ายในการบิน มีความเร็วสูงช่วยให้ตอบสนองภารกิจด่วนได้เร็ว ใช้ชิ้นส่วนร่วมกับเครื่องบินพาณิชย์ทำให้หาอะไหล่ง่าย โดดเด่นเรื่องความเร็วสูงถึง 870 กม./ชม. (470 knots) ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน IAE V2500-E5 จำนวน 2 เครื่อง บรรทุกน้ำหนักสูงสุดได้ 26 ตัน ระบบเคลื่อนย้ายสินค้าอัตโนมัติ และขนาดพื้นที่ห้องบรรทุก 170 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งรองรับรถหุ้มเกราะ (APC) หรือพาเลทมาตรฐาน สามารถติดตั้งชุดอุปกรณ์เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ (Cobham WARP) เพื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงได้ โครงสร้างแข็งแกร่ง บินได้ที่ระดับความสูง 36,000 ฟุต และออกแบบมาให้ขึ้น-ลงบนรันเวย์ที่เตรียมไว้บางส่วน หรือรันเวย์ที่ชำรุดได้ จุดด้อย: เป็นผู้เล่นใหม่ในตลาด ทำให้มีประวัติการใช้งานจริงในการรบ (Combat Proven) น้อยกว่า ระบบสนับสนุนอะไหล่หลังการขายอาจยังไม่ครอบคลุมทั่วโลก เท่ากับคู่แข่งรายใหญ่ การใช้งานทางยุทธวิธีบนรันเวย์ดิน ยังไม่แพร่หลายเท่าเครื่องใบพัด และเป็นระบบใหม่ที่ ทอ. ต้องเริ่มวางโครงสร้างสนับสนุนใหม่ทั้งหมด ราคาต่อเครื่อง ~$83M - $150M = 4,661 ล้านบาท Airbus A400M Atlas (ยุโรป): จุดเด่น: โดดเด่นด้านขีดความสามารถในการบรรทุกหนัก (37ตัน) บินเร็วระดับมัค เครื่องยนต์ Europrop TP400-D6 เทอร์โบพรอป 4 เครื่องยนต์ กำลังเครื่องละ 11,065 แรงม้า พร้อมใบพัด 8 แฉก ความเร็ว 781 กม./ชม. (0.72 มัค ) ความเร็วสูงใกล้เคียงเครื่องบินเจ็ท และพิสัยบินไกลสูงสุดถึง 8,700 km สมรรถนะการบิน: ขึ้น-ลงบนทางวิ่งระยะสั้น สามารถปฏิบัติการบนทางวิ่งที่ไม่ได้เตรียมผิว เช่น พื้นดิน หรือทรายได้ ห้องนักบินแบบ Glass Cockpit จอแสดงผล 8 จอ, ใช้คันบังคับ Sidestick และระบบการบิน Digital Fly-by-wire ประสิทธิภาพสูงสุด สามารถบรรทุกอาวุธหนัก เช่น ยานเกราะหรือเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ที่ C-130 บรรทุกไม่ได้ มีระยะบินไกลระดับยุทธศาสตร์ จุดด้อย: ความล่าช้าในการพัฒนาและส่งมอบที่ยาวนาน ราคาสูงที่สุด และมีค่าบำรุงรักษาแพลตฟอร์มที่ซับซ้อนกว่า อาจเกินความจำเป็นสำหรับภารกิจภายในประเทศเป็นหลัก ราคาต่อเครื่อง ~$165M - $240M = 7,459 ล้านบาท สรุป: หาก ทอ. เน้นความต่อเนื่องและงานยุทธวิธี C-130J คือคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากเน้นความทันสมัยและประหยัดงบในระยะยาว C-390 เป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง ส่วน A400M จะเป็นก้าวกระโดดไปสู่การเป็น "Strategic Air Force" แต่ต้องแลกมาด้วยงบประมาณมหาศาล