У нас вы можете посмотреть бесплатно การสื่อสารระหว่างสมองและหัวใจ: อุปสรรคที่คาดไม่ถึงต่อการฟื้นตัวจากภาวะหัวใจวาย или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
การสื่อสารระหว่างสมองและหัวใจ: อุปสรรคที่คาดไม่ถึงต่อการฟื้นตัวจากภาวะหัวใจวาย เมื่อสมองและหัวใจสื่อสารกันผิดพลาด: เจาะลึก "วงจรสามโหนด" อุปสรรคใหม่ในการรักษาภาวะหัวใจวาย ** เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ** ในโลกของการแพทย์สมัยใหม่ เรากำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของความเข้าใจเดิมๆ เกี่ยวกับ "โรคหัวใจ" จากเดิมที่เราเคยมองว่าภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Myocardial Infarction หรือ MI) เป็นเพียงเรื่องของ "ระบบท่อประปา" (Plumbing problem) ที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดและการขาดออกซิเจนเท่านั้น แต่หลักฐานใหม่จากงานวิจัยระดับโลกกำลังบอกเราว่า "สมอง" อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง การเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์: จากท่ออุดตันสู่เครือข่ายประสาทที่ซับซ้อน การรักษามาตรฐานในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การเปิดหลอดเลือดและการรักษาสมดุลไหลเวียนโลหิต อย่างไรก็ตาม สถาบันชั้นนำอย่าง UC San Diego และ Massachusetts General Hospital (MGH) ได้ค้นพบว่า แท้จริงแล้วหัวใจไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว แต่มีการสื่อสารกับสมองและระบบภูมิคุ้มกันตลอดเวลา เมื่อเกิดอาการหัวใจวาย หัวใจจะส่ง "สัญญาณเตือน" ไปยังสมอง และสมองจะตอบสนองด้วยการกระตุ้นวงจรที่เรียกว่า "Triple-node heart-brain neuroimmune loop" แม้วงจรนี้จะมีไว้เพื่อช่วยชีวิตตามวิวัฒนาการ แต่ในกรณีของ MI มันกลับส่งผลลบโดยการขยายขอบเขตของการอักเสบ และขัดขวางการซ่อมแซมตัวเองของหัวใจ เจาะลึก "วงจรสามโหนด" (Triple-node Loop): กลไกทำลายล้างหลังหัวใจวาย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell เมื่อต้นปี 2026 ได้ระบุโหนดสำคัญ 3 จุดที่เป็นตัวขับเคลื่อนความเสียหาย: โหนดที่ 1: เซนเซอร์ตรวจจับความเสียหาย (TRPV1) ทุกอย่างเริ่มต้นที่หัวใจ โดยมีเซลล์ประสาทรับความรู้สึกในเส้นประสาทเวกัส (Vagus nerve) ที่แสดงออกถึงโปรตีน TRPV1 ทำหน้าที่เป็นเสมือน "เซนเซอร์" เมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ปลายประสาทเหล่านี้จะถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงและส่งสัญญาณไฟฟ้าแจ้งเหตุไปยังสมองส่วนกลางทันที โหนดที่ 2: ศูนย์บัญชาการที่ไฮโปทาลามัส (PVN) สัญญาณจากหัวใจจะวิ่งเข้าสู่ Paraventricular Nucleus (PVN) ในไฮโปทาลามัส ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมระบบตอบสนองต่อความเครียดและแกน HPA axis เมื่อสมองส่วนนี้รับทราบถึง "อันตราย" มันจะตีความว่าร่างกายกำลังเผชิญภัยคุกคามร้ายแรง และเริ่มสั่งการกลไกเอาตัวรอดที่รุนแรงเกินความจำเป็น โหนดที่ 3: สถานีส่งต่อความอักเสบ (SCG) ในขั้นตอนสุดท้าย สัญญาณจะถูกส่งไปยังปมประสาทซิมพาเทติกที่คอ (Superior Cervical Ganglion หรือ SCG) โหนดนี้จะเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและหลั่งสารไซโตไกน์ (Cytokines) ออกมา จากนั้นจะส่งสัญญาณย้อนกลับไปยังหัวใจผ่านเส้นประสาทซิมพาเทติก เปรียบเสมือนการ "สาดน้ำมันเข้ากองไฟ" เพราะมันจะเร่งการอักเสบในหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และทำให้แผลเป็นจากเนื้อตายมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม บทสรุปและอนาคตของการรักษา ความเข้าใจเรื่องเครือข่ายประสาทภูมิคุ้มกัน (Neuro-immunology) นี้ ถือเป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจในอนาคต การรักษาอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำบอลลูนหรือให้ยาละลายลิ่มเลือด แต่ต้องรวมไปถึงการ "ตัดวงจรการสื่อสารที่ผิดพลาด" ระหว่างสมองและหัวใจ เพื่อเปิดโอกาสให้หัวใจได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่โดยไม่มีสัญญาณรบกวนที่เป็นอันตรายจากระบบประสาทส่วนกลาง #HeartAttack #BrainHeartAxis #NeuroImmunology #Cardiology2026 #MedicalBreakthrough #หัวใจวาย #สุขภาพหัวใจ #นวัตกรรมการแพทย์ #TripleNodeLoop #TRPV1 ติดตามได้ที่: Brain-heart communication can impede recovery from heart attacks Neurobiologists are targeting inflammation caused by revved up nerve cells to support healing in mice https://www.science.org/content/artic... https://www.science.org/doi/epdf/10.1... 📌 ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ อย่าลืมกด Like และ Subscribe เพื่อไม่พลาดคลิปถัดไปครับ! ☆ ติดตามเนื้อหา สาระดีๆ ได้ทาง ☆ ☆ / life.connex ☆ / 1gnlttszvh ☆ / @life.connex