У нас вы можете посмотреть бесплатно “มีสติเมื่อไร ชีวิตชนะเมื่อนั้น”“ความสำเร็จที่โลกให้ไม่ได้ แต่ใจที่มีสติสร้างได้” или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
“สร้างชีวิตให้มั่นคง ด้วยสติและปัญญา” เมื่อใจตั้งอยู่ในความระลึกรู้, ชีวิตจะไม่ถูกผลักดันด้วยแรงกระเพื่อมของอารมณ์ชั่วคราว, แต่จะเคลื่อนไปด้วยความเข้าใจที่มั่นคง, มีทิศทาง, มีหลักยึดที่ถูกต้อง ผู้มีสติย่อมเห็นความคิดเป็นเพียงสภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับไป, ไม่ใช่ตัวตนถาวร, ไม่ใช่ความจริงสูงสุด, เมื่อเห็นเช่นนี้, ความยึดมั่นในความคิดของตนจะลดลง, ความถือตัวจะเบาบาง, ใจก็เปิดกว้างขึ้น หลายครั้งความล้มเหลวไม่ได้เกิดจากความสามารถไม่พอ, แต่เกิดจากใจที่ไม่ทันอารมณ์, ใจที่หุนหัน, ใจที่ตัดสินเร็วเกินไป, เมื่อสติไม่ทำงาน, กิเลสย่อมทำหน้าที่แทน แต่หากเราฝึกให้จิตรู้ทันตั้งแต่ต้น, แม้ความไม่พอใจจะเกิด, ก็เพียงรับรู้, ไม่ขยาย, ไม่เติมเชื้อ, ไม่ปล่อยให้ลุกลามเป็นคำพูดที่ทำร้ายกัน, หรือการกระทำที่สร้างบาดแผล นี่คือชัยชนะภายในที่ยิ่งใหญ่, เป็นความสำเร็จที่ไม่ต้องมีใครปรบมือ, แต่ใจรับรู้ได้ถึงความสง่างามของตนเอง ผู้มีสติยังรู้จักวางเป้าหมายอย่างมีปัญญา, ไม่ตั้งความหวังเกินเหตุปัจจัย, ไม่กดดันตนเองจนเกินกำลัง, เพราะเข้าใจว่าทุกสิ่งต้องอาศัยเวลา, ต้องอาศัยความเพียรที่ต่อเนื่อง ในหลักคำสอนเรื่องเหตุและผล, พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า, เมื่อเหตุถูกต้อง, ผลย่อมถูกต้อง, หากเราตั้งใจสร้างเหตุที่ดี, มีศีลเป็นพื้น, มีสติเป็นเครื่องคุม, มีปัญญาเป็นผู้นำทาง, ความสำเร็จย่อมค่อยๆ ปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติ คนที่เร่งรีบอยากเห็นผลทันที, มักลืมดูเหตุ, มักตัดตอนกระบวนการ, แล้วเมื่อผลไม่เป็นไปตามใจ, ก็ท้อแท้, ก็โทษสิ่งรอบตัว, ทั้งที่แท้จริงยังสร้างเหตุไม่ครบถ้วน สติช่วยให้เราอดทนต่อกระบวนการ, อดทนต่อความไม่สมบูรณ์แบบ, อดทนต่อการเติบโตทีละขั้น, เพราะเห็นว่าทุกย่างก้าวล้วนมีคุณค่า แม้ในวันที่เหน็ดเหนื่อย, หากมีสติรู้ความเหนื่อยนั้น, ใจจะไม่ซ้ำเติมตนเอง, จะไม่คิดว่าตนล้มเหลว, แต่จะดูแลกายใจอย่างเหมาะสม, รู้จักพัก, รู้จักเติมพลัง, อย่างไม่หลงไปกับความรู้สึกผิด นี่คือการดำรงชีวิตด้วยความเมตตาต่อตนเอง, ซึ่งเป็นรากฐานของเมตตาต่อผู้อื่น