У нас вы можете посмотреть бесплатно WD: Seagate: ทุ่ม 50,000 ล้าน พาไทยไปสู่ AI Supercycle 🇹🇭 или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
1. ไทยในฐานะศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ของยุค AI ประเทศไทยได้วิวัฒนาการจากฐานการผลิตต้นทุนต่ำไปสู่การเป็น "เครื่องยนต์ไฮเทค" ของอุตสาหกรรม HDD ระดับโลก โดยเป็นฐานการผลิตหลักที่ครองส่วนแบ่งถึง 80% ของโลก ท่ามกลางกระแส AI Infrastructure Supercycle ที่ทำให้ความจุของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจาก 103 GW ในปี 2025 เป็นกว่า 200 GW ภายในปี 2030 เพื่อรองรับภาระงานของ AI ที่จะพุ่งสูงขึ้นเป็น 50% ของความจุทั้งหมด 2. ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ: HDD คือ "พระเอกตัวจริง" แม้จะมีการเติบโตของ SSD แต่ในโลกของ Data Center และ AI นั้น HDD ยังเป็นอุปกรณ์หลัก เนื่องจากมีความเสถียรและมีต้นทุนต่อหน่วย (TCO) ที่ต่ำกว่า SSD อย่างมาก ข้อมูลระบุว่าภายในปี 2026 ราคาของ SSD ต่อเทราไบต์จะสูงกว่า HDD ถึง 16 เท่า ทำให้การจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาล (Bulk Storage) ยังต้องพึ่งพา HDD ซึ่งปัจจุบันใช้จัดเก็บข้อมูลถึง 80% ของโลก 3. การแข่งขันทางเทคโนโลยีสู่เป้าหมาย 100TB ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่สามรายในไทยกำลังแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความจุให้ถึง 100TB ภายในทศวรรษนี้ : Western Digital (WD): ได้รับอนุมัติจาก BOI ลงทุน 2300 ล้านบาท เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) ในไทย โดยตั้งเป้าผลิต HDD ความจุ 100TB ให้ได้ภายในปี 2029 Seagate: มุ่งเน้นเทคโนโลยี HAMR ผ่านแพลตฟอร์ม Mozaic 3+ และตั้งเป้าความจุ 100TB ภายในปี 2033 Toshiba: เน้นนวัตกรรมเชิงกลด้วยการ ซ้อนแผ่นบันทึกข้อมูล 12 แผ่น และเทคโนโลยี MAMR โดยตั้งเป้าความจุ 40TB ในปี 2027 4. นโยบายรัฐและระบบนิเวศอุตสาหกรรม รัฐบาลไทยผ่านบีโอไอ (BOI) ได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนปี 2026–2027 เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรม S-Curve และประกาศ แผนที่นำทางเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติปี 2050 เพื่อเปลี่ยนไทยจากผู้รับจ้างประกอบเป็นเจ้าของเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง AWS Google และ Microsoft ยังได้เข้ามาลงทุนสร้าง Data Center ในไทย ซึ่งช่วยสร้างอุปสงค์ในท้องถิ่นให้กับผู้ผลิต HDD 5. การพัฒนาบุคลากร "Workforce 5.0" มีการสร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างบริษัท HDD และมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยเพื่อพัฒนาทักษะวิศวกรในด้าน AI ระบบอัตโนมัติ และวิทยาการข้อมูล : WD ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโครงการ Upskill วิศวกร และร่วมกับจุฬาฯ มข. สจล. และ มจธ. ในการวิจัยขั้นสูง Seagate จัดตั้ง Engineering Hubs ร่วมกับ สจล. มข. และ มทส. เพื่อวิจัยด้านหุ่นยนต์ AGV และเทคโนโลยีนาโน 6. พันธกิจด้านความยั่งยืน (Green Manufacturing) อุตสาหกรรม HDD ในไทยมุ่งสู่การเป็นโรงงานสีเขียว โดย WD ตั้งเป้า Net Zero (Scope 1 & 2) ภายในปี 2032 และมีการใช้พลังงานหมุนเวียนในฐานการผลิตที่ไทยอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการนำหลัก Circular Economy มาใช้เพื่อกู้คืนธาตุหายาก (Rare Earth Elements) จากฮาร์ดดิสก์ที่ใช้แล้ว โดยสรุป: ภายใต้ปรัชญา "No HDD No AI" ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคทองของอุตสาหกรรมจัดเก็บข้อมูล โดยการประสานกันระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสนับสนุนจากรัฐ และการเตรียมความพร้อมด้านแรงงาน จะช่วยรักษาตำแหน่งศูนย์กลาง HDD ของโลกไว้ได้อย่างมั่นคง เทคโนโลยี HAMR ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมาย 100TB เลยครับ สนใจให้ผมช่วยเจาะลึกความต่างระหว่างเทคโนโลยี HAMR ของ WD/Seagate กับ MAMR ของ Toshiba เพื่อดูว่าใครมีโอกาสชนะในศึกความจุนี้มากกว่ากันไหมครับ?