У нас вы можете посмотреть бесплатно การเดินเร็ววันละ 30 นาที เปลี่ยนสุขภาพหลอดเลือดได้อย่างไร или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สวัสดีครับ แฟนเพจ "หมอธี มีเรื่องเล่า" และคลับคนรักสุขภาพและสมดุลชีวิตทุกท่าน ผม Dr.Tee ครับ วันนี้หมอมีเรื่องราวของการดูแลสุขภาพด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด แต่ให้อานุภาพในการปกป้องร่างกายที่ทรงพลังมาเล่าให้ฟังครับ นั่นก็คือ "การเดินเร็ว" (Brisk Walking) ครับ เวลาที่เราพูดถึงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ หลายคนมักจะคิดไปถึงการวิ่งมาราธอน การปั่นจักรยานทางไกล หรือการเข้าฟิตเนสยกน้ำหนักอย่างหนักหน่วง ทราบไหมครับว่าในทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) องค์การอนามัยโลก (WHO) และสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (AHA) ได้ให้การรับรองตรงกันว่า เพียงแค่การ "เดินเร็ว" ให้ได้วันละ 30 นาที เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ (รวม 150 นาที/สัปดาห์) ก็เพียงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลให้กับระบบหลอดเลือดของเราแล้วครับ แล้วแค่การก้าวเท้าเดินเร็วๆ มันเข้าไปเปลี่ยนสรีรวิทยาหลอดเลือดของเราได้อย่างไร? วันนี้หมอธีจะพาไปเจาะลึกกลไกมหัศจรรย์นี้กันครับ 1. ปลุกพลัง "ไนตริกออกไซด์" ขยายหลอดเลือดตามธรรมชาติ หลอดเลือดของเราไม่ได้เป็นแค่ท่อประปาแข็งๆ ครับ แต่ผนังด้านในสุดที่เรียกว่า เยื่อบุผนังหลอดเลือด (Endothelium) มีชีวิตและมีความรู้สึก เมื่อเราเริ่มเดินเร็ว หัวใจจะสูบฉีดเลือดแรงขึ้น กระแสน้ำเลือดที่ไหลพุ่งไปเสียดสีกับผนังหลอดเลือด (Shear stress) จะไปกระตุ้นให้เยื่อบุเหล่านี้ผลิตก๊าซวิเศษที่ชื่อว่า "ไนตริกออกไซด์" (Nitric Oxide) ออกมาครับ [1] ไนตริกออกไซด์ ทำหน้าที่เป็น "ยาขยายหลอดเลือดตามธรรมชาติ" มันจะสั่งให้กล้ามเนื้อเรียบที่ผนังหลอดเลือดคลายตัว ทำให้หลอดเลือดกว้างขึ้น เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ซึ่งกลไกนี้เองที่ช่วยลดความดันโลหิตลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้หลอดเลือดตีบตันครับ 2. ลดความแข็งกระด้าง คืนความยืดหยุ่นให้หลอดเลือด (Arterial Stiffness) เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือมีภาวะน้ำตาลและไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดของเราจะเริ่มแข็งตัว สูญเสียความยืดหยุ่น (Arterial Stiffness) ทำให้หัวใจต้องออกแรงปั๊มเลือดหนักขึ้น นำไปสู่ภาวะหัวใจโตและหัวใจวายได้ งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเร็ววันละ 30 นาที สามารถช่วยชะลอและลดความแข็งกระด้างของหลอดเลือดแดงใหญ่ได้จริง โดยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนอีลาสติน (Elastin) เพิ่มขึ้น และลดการสะสมของคอลลาเจนชนิดที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว หลอดเลือดจึงกลับมายืดหยุ่นและรองรับแรงดันได้ดีเหมือนกลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้งครับ [2] 3. ดับไฟอักเสบระดับเซลล์ และเพิ่ม "รถเก็บขยะหลอดเลือด" (HDL) การเดินเร็วอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาวะการอักเสบซ่อนเร้นในกระแสเลือด (Systemic Inflammation) ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดคราบตะกรันไขมัน (Plaque) ที่ไปเกาะตามผนังหลอดเลือด นอกจากนี้ การขยับกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างกล้ามเนื้อขายังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันไตรกลีเซอไรด์ และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี HDL (High-Density Lipoprotein) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่ง HDL นี้เปรียบเสมือน "รถเก็บขยะ" ที่คอยวิ่งตระเวนเก็บคอเลสเตอรอลที่ตกค้างตามผนังหลอดเลือด ส่งกลับไปกำจัดทิ้งที่ตับ ทำให้หลอดเลือดของเราสะอาดขึ้นครับ [3] บทสรุปจากหมอธี การเดินเร็ว (Brisk Walking) ซึ่งหมายถึงการเดินในระดับที่รู้สึกเหนื่อยขึ้นนิดหน่อย หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่ยังพอพูดคุยเป็นประโยคได้ ถือเป็นยาวิเศษทางเวชศาสตร์วิถีชีวิตที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และแทบไม่มีผลข้างเคียงครับ เพียงแค่วันละ 30 นาที คุณสามารถช่วยให้หลอดเลือดผลิตก๊าซขยายตัวเอง คืนความยืดหยุ่น และกวาดล้างคอเลสเตอรอลได้อย่างเป็นธรรมชาติ การดูแลสุขภาพไม่ต้องรอให้ป่วยแล้วค่อยหาหมอครับ เราสามารถเป็นหมอคนแรกของตัวเองได้ด้วยการขยับร่างกาย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หรือโรคข้อเข่าเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อประเมินความพร้อมและหาระดับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละท่านก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายอย่างจริงจังนะครับ ชวนลูกเพจคุย: วันนี้แฟนเพจและสมาชิกคลับของหมอธี หาเวลาไป "เดินเร็ว" กันมาบ้างหรือยังครับ? ใครมีสวนสาธารณะประจำ หรือมีเส้นทางเดินรับลมเย็นๆ แถวบ้านที่บรรยากาศดีๆ แวะมาคอมเมนต์ป้ายยาเส้นทางเดินออกกำลังกาย หรือแชร์จำนวนก้าวเดินของวันนี้ให้เพื่อนๆ ในเพจฟังกันหน่อยนะครับ! ด้วยความปรารถนาดี หมอธี มีเรื่องเล่า หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์ แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (References): [1] Green, D. J., Hopman, M. T., Padilla, J., Laughlin, M. H., & Thijssen, D. H. (2017). Vascular Adaptation to Exercise in Humans: Role of Hemodynamic Stimuli. Physiological Reviews, 97(2), 495-528. [2] Tanaka, H., Dinenno, F. A., Monahan, K. D., Clevenger, C. M., DeSouza, C. A., & Seals, D. R. (2000). Aging, habitual exercise, and dynamic arterial compliance. Circulation, 102(11), 1270-1275. [3] Mann, S., Beedie, C., & Jimenez, A. (2014). Differential effects of aerobic exercise, resistance training and combined exercise modalities on cholesterol and the lipid profile: review, synthesis and recommendations. Sports Medicine, 44(2), 211-221. #เดินเร็ว #ออกกำลังกาย #หลอดเลือดหัวใจ #ความดันโลหิตสูง #ลดไขมัน #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #LifestyleMedicine #หมอธีมีเรื่องเล่า #DrTee #ดูแลสุขภาพ