У нас вы можете посмотреть бесплатно เลิกบุหรี่ ฟื้นฟูหลอดเลือดและลดความเสี่ยงโรคหัวใจภายในกี่วัน? или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สวัสดีครับ แฟนเพจ "หมอธี มีเรื่องเล่า" ทุกท่าน ผมหมอธี ครับ วันนี้หมอจะมาชวนคุยถึงเรื่องที่สำคัญมากๆ และเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ นั่นก็คือ "การหลีกเลี่ยงสารอันตราย" ครับ และถ้าพูดถึงศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายหลอดเลือดและหัวใจของเราโดยตรง คงหนีไม่พ้น "บุหรี่" อย่างแน่นอนครับ เวลาที่หมอแนะนำให้คนไข้เลิกบุหรี่ หลายท่านที่สูบมานานมักจะมีความกังวลและท้อใจ โดยมักจะถามหมอว่า "สูบมาเป็นสิบๆ ปี หลอดเลือดคงพังไปหมดแล้ว เลิกตอนนี้จะไปมีประโยชน์อะไรหมอ?" หากใครกำลังคิดแบบนี้ หมออยากบอกว่า... อย่าเพิ่งถอดใจครับ! เพราะร่างกายของเรามีระบบ "ซ่อมแซมตัวเอง" ที่มหัศจรรย์มาก ทันทีที่คุณตัดสินใจขยี้บุหรี่มวนสุดท้ายทิ้ง ระบบหลอดเลือดและหัวใจจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูตัวเองทันที วันนี้หมอธีจะพาไปดูไทม์ไลน์กันครับว่า เลิกบุหรี่แล้ว ร่างกายจะดีขึ้นภายในกี่วัน และความเสี่ยงโรคหัวใจจะลดลงอย่างไรบ้างครับ ไทม์ไลน์มหัศจรรย์: เมื่อหลอดเลือดได้พักหายใจ เมื่อเราสูบบุหรี่ สารพิษกว่า 7,000 ชนิด โดยเฉพาะ "นิโคติน" และ "ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์" จะเข้าไปทำให้เยื่อบุผนังหลอดเลือด (Endothelium) เกิดการอักเสบและบาดเจ็บ หลอดเลือดจะหดเกร็ง และกระตุ้นให้เกิดคราบตะกรันไขมัน (Plaque) อุดตันได้ง่ายขึ้น [1] แต่เมื่อเราหยุดสูบ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายครับ: ภายใน 20 นาที: สัญญาณชีพเริ่มสงบ เชื่อไหมครับว่าเพียงแค่ 20 นาทีหลังจากการสูบบุหรี่มวนสุดท้าย อัตราการเต้นของหัวใจที่เคยเต้นรัวเร็วและระดับความดันโลหิตที่พุ่งสูงจากฤทธิ์ของนิโคติน จะเริ่มลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลอดเลือดที่หดเกร็งจะเริ่มคลายตัวลง [2] ภายใน 12 ชั่วโมง: ออกซิเจนกลับคืนสู่กระแสเลือด ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากควันบุหรี่ เป็นก๊าซพิษที่แย่งจับกับเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายและหัวใจขาดออกซิเจน แต่เมื่อหยุดสูบได้ 12 ชั่วโมง ระดับก๊าซพิษนี้ในเลือดจะลดลงสู่ระดับปกติ และระดับออกซิเจนจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่อีกครั้ง [2] 2 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน: หลอดเลือดฟื้นตัว การไหลเวียนโลหิตดีเยี่ยม ในช่วงเวลานี้ ระบบการไหลเวียนโลหิตโดยรวมจะดีขึ้นอย่างชัดเจน เยื่อบุผนังหลอดเลือดที่เคยอักเสบจะเริ่มฟื้นฟูตัวเอง ความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลันจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การทำงานของปอดก็จะดีขึ้น ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยน้อยลงเวลาออกกำลังกายหรือเดินขึ้นบันได [3] 1 ปี: ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง "ครึ่งหนึ่ง" นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากครับ งานวิจัยทางการแพทย์และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุตรงกันว่า เมื่อคุณเลิกบุหรี่ได้ครบ 1 ปี ความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Heart Disease) รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จะลดลงเหลือเพียง "ครึ่งหนึ่ง" เมื่อเทียบกับคนที่ยังสูบบุหรี่อยู่ครับ [2] มากกว่า 4 ปี: ความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจของคุณอย่างมีนัยสำคัญ [3] บทสรุปจากหมอธี ไม่มีคำว่า "สายเกินไป" สำหรับการเลิกบุหรี่ครับ ไม่ว่าคุณจะสูบมานานแค่ไหน หรือสูบวันละกี่ซอง ทันทีที่คุณหยุด ร่างกายจะเริ่มกดปุ่มรีเซ็ตเพื่อซ่อมแซมตัวเองเสมอ การเลิกบุหรี่จึงถือเป็นเครื่องมือทาง "การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ" ที่ทรงพลังที่สุดในการพลิกฟื้นสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ ให้กลับมาแข็งแรงได้อย่างยั่งยืนครับ อย่างไรก็ตาม หมอเข้าใจดีครับว่าการเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันมีทั้งการติดทางร่างกาย (นิโคติน) และการติดทางพฤติกรรม หากตั้งใจจะเลิกแต่ทำด้วยตัวเองไม่สำเร็จ ไม่ต้องอายที่จะปรึกษาแพทย์นะครับ ปัจจุบันเรามียาช่วยเลิกบุหรี่ หมากฝรั่ง แผ่นแปะนิโคติน และคลินิกเลิกบุหรี่ที่จะคอยเป็นพี่เลี้ยงช่วยประคับประคองให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ครับ ชวนลูกเพจคุย: มีแฟนเพจของหมอธีท่านไหนที่เป็น "อดีตสิงห์อมควัน" และสามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จแล้วบ้างครับ? คุณใช้เทคนิคอะไร หรือมีแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้ตัดสินใจหักดิบได้สำเร็จ แวะมาคอมเมนต์แบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นแสงสว่างและกำลังใจให้กับเพื่อนๆ ในเพจที่กำลังพยายามเลิกสูบบุหรี่กันหน่อยนะครับ! ด้วยความปรารถนาดี หมอธี มีเรื่องเล่า หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์ แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (References): [1] Benowitz, N. L. (2003). Cigarette smoking and cardiovascular disease: pathophysiology and implications for treatment. Progress in Cardiovascular Diseases, 46(1), 91-111. [2] World Health Organization (WHO). (2020). Tobacco and coronary heart disease. WHO Fact Sheet. [3] Kondo, T., Osugi, S., Shimokata, K., Honjo, H., Morita, Y., Maeda, K., ... & Murohara, T. (2011). Smoking cessation rapidly reduces risk of cardiovascular disease in a middle-aged Japanese cohort. Circulation Journal, 75(12), 2854-2860. #เลิกบุหรี่ #โรคหัวใจ #หลอดเลือดหัวใจ #ความดันโลหิตสูง #เลิกสูบบุหรี่ #การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ #LifestyleModification #หมอธีมีเรื่องเล่า #DrTee #ดูแลสุขภาพ