У нас вы можете посмотреть бесплатно The Art of Doing Nothing ... ปรัชญาคนขี้เกียจ (การหยุดพักคือชัยชนะ) ... или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
"ความขี้เกียจ" ในเชิงปรัชญา เรามักจะถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่ามันคือ "ศัตรูของความสำเร็จ" แต่ในโลกของความคิด นักปรัชญามองความขี้เกียจได้ลึกซึ้งและมีเสน่ห์กว่านั้นมากครับ และนี่คือมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความขี้เกียจที่มนุษย์เรามีต่อโลก: ________________________________________ 1. การปฏิเสธเครื่องจักรกล (Resistance to Routine) นักปรัชญาแนว Existentialism หรืออัตถิภาวนิยม อาจมองว่าความขี้เกียจคือการที่มนุษย์พยายาม "ทวงคืนความเป็นมนุษย์" จากระบบทุนนิยมหรือการทำงานซ้ำซาก • แนวคิด: เมื่อเราปฏิเสธที่จะทำตามตารางเวลาที่คนอื่นกำหนด เรากำลังยืนยันว่าเราไม่ใช่ "ฟันเฟือง" ในเครื่องจักร • ความหมาย: ความขี้เกียจคือช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ โดยไม่ต้องมี "เป้าหมาย" หรือ "ผลผลิต" มาคอยบงการ 2. บ่อเกิดแห่งนวัตกรรม (The Mother of Invention) มีคำกล่าวที่มักยกให้บิล เกตส์ ว่า "เขาจะเลือกคนขี้เกียจมาทำงานยากๆ เพราะคนขี้เกียจจะหาทางที่ง่ายที่สุดในการทำมัน" • เชิงปรัชญา: ความขี้เกียจกระตุ้นให้มนุษย์ใช้ "สติปัญญา" แทน "กำลังกาย" • ตัวอย่าง: เราขี้เกียจเดินจึงสร้างรถยนต์ เราขี้เกียจเขียนซ้ำๆ จึงสร้างเครื่องพิมพ์ ความขี้เกียจจึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการก้าวข้ามขีดจำกัดทางกายภาพ 3. สิทธิในการไม่ทำอะไรเลย (The Right to be Lazy) Paul Lafargue เขียนหนังสือชื่อ The Right to be Lazy (1883) เพื่อตอบโต้แนวคิดที่ว่าการทำงานหนักคือความดีงามสูงสุด • มุมมอง: เขาแย้งว่ามนุษย์ถูกล้างสมองให้หลงรักการทำงานจนลืมการพักผ่อน • เป้าหมาย: ปรัชญานี้มองว่า "ความขี้เกียจคือเสรีภาพ" การได้นั่งนิ่งๆ ดูพระอาทิตย์ตกดิน หรือพูดคุยกับเพื่อนฝูงโดยไม่หวังผลกำไร คือคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต 4. ความขี้เกียจคือ "การหยุดเพื่อคิด" (Contemplative Life) นักปรัชญากรีกโบราณอย่าง Aristotle มองว่า "ความว่าง" (Leisure) คือจุดสูงสุดของชีวิต • Leisure vs. Idleness: เขาแยกแยะระหว่างการอยู่เฉยๆ แบบไร้สาระ กับการว่างเพื่อใช้ความคิด • ความเชื่อ: นวัตกรรมและปรัชญาจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้ามนุษย์ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวตลอดเวลา ความขี้เกียจ (ในแง่ของการหยุดพัก) คือช่วงเวลาที่จิตวิญญาณได้ทำความเข้าใจโลก สรุป: "ความขี้เกียจไม่ใช่การไม่ทำอะไรเลย แต่มันคือการทำสิ่งที่ไม่มีใครสั่งให้ทำ" ________________________________________ ... Songs for moomoo ...