У нас вы можете посмотреть бесплатно เดินรอบบ้านอย่างไร ให้ได้สุขภาพ или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนเพจ "หมอธี มีเรื่องเล่า" ทุกท่าน เวลาที่เราพูดถึงการ "เดินเพื่อสุขภาพ" หลายคนมักจะนึกถึงภาพการใส่รองเท้าผ้าใบออกไปเดินในสวนสาธารณะ หรือการเดินบนลู่วิ่งในฟิตเนสใช่ไหมครับ? พอถึงวันที่ฝนตก อากาศร้อนจัด หรือมีฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น แผนการดูแลตัวเองก็มักจะต้องถูกพับเก็บไป แต่ในมุมมองของ "การปรับพฤติกรรมสุขภาพ" (Health Behavior Modification) หมออยากชวนทุกคนมาเปลี่ยนความคิดครับ เพราะจริงๆ แล้ว พื้นที่ที่ปลอดภัยและใกล้ตัวที่สุดอย่าง "บริเวณบ้านของเราเอง" ก็สามารถใช้เป็นสถานที่ส่งเสริมสุขภาพที่ยอดเยี่ยมได้ หากเราเข้าใจหลักการทำงานของร่างกายครับ วันนี้หมอธีขอหยิบยกข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาเล่าให้ฟังครับว่า การขยับตัวและ "เดินรอบบ้าน" มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร และเราจะเดินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุดครับ 1. พลังของการขยับตัวระหว่างวัน (NEAT) ในทางการแพทย์มีคำศัพท์คำหนึ่งคือ NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis) ซึ่งหมายถึงพลังงานที่เราใช้ไปกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่ใช่การออกกำลังกายอย่างเป็นทางการ เช่น การเดินไปเข้าห้องน้ำ การกวาดบ้าน หรือการเดินรดน้ำต้นไม้ งานวิจัยจาก Mayo Clinic พบว่า การเพิ่มกิจกรรมแบบ NEAT ในแต่ละวัน มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการใช้พลังงานของร่างกาย และมีแนวโน้มช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าการนั่งเฉยๆ ตลอดทั้งวันแล้วไปออกกำลังกายหนักๆ เพียงแค่ช่วงเวลาเดียว [1] การเดินวนไปมาในบ้าน จึงเป็นการสะสมการใช้พลังงานชั้นดีที่เรามักมองข้ามครับ 2. การตัดวงจร "พฤติกรรมเนือยนิ่ง" (Breaking Sedentary Time) พฤติกรรมการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือดูทีวีติดต่อกันหลายชั่วโมง (Sedentary Behavior) เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อระบบหลอดเลือดและการจัดการน้ำตาลของร่างกาย การศึกษาในวารสาร Diabetes Care ได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจว่า การลุกขึ้นมาเดินเบาๆ (Light-intensity walking) ภายในบริเวณบ้านหรือที่ทำงาน เพียง 2 นาที ในทุกๆ 20-30 นาที มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการนั่งติดต่อกันยาวๆ [2] การเดินไปหยิบน้ำ หรือเดินไปเปิดหน้าต่างรับลม จึงเปรียบเสมือนการรีเซ็ตระบบการเผาผลาญของร่างกายครับ 3. จำนวนก้าวสะสม สำคัญไม่แพ้ความเร็ว หลายคนกังวลว่าพื้นที่ในบ้านแคบ เดินได้ไม่กี่ก้าวก็สุดทางแล้ว จะได้ประโยชน์หรือ? งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารอย่าง The Lancet Public Health ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากผู้คนนับหมื่นราย ยืนยันว่า การสะสมจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน แม้จะเป็นการเดินระยะสั้นๆ ในกิจวัตรประจำวัน ก็มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพโดยรวมได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินรวดเดียวจบ [3] ดังนั้น การเดินขึ้นลงบันได หรือเดินจากห้องนอนไปห้องครัว หากทำบ่อยๆ ก็สามารถสะสมเป็นยอดก้าวเดินที่ดีต่อสุขภาพหัวใจได้ครับ เทคนิคเดินรอบบ้านสไตล์หมอธี เพื่อให้การอยู่บ้านไม่เป็นอุปสรรคต่อความแข็งแรง หมอมีเทคนิคง่ายๆ มาแนะนำครับ: • กฎการคุยโทรศัพท์: ทุกครั้งที่มีสายเข้า หรือต้องคุยโทรศัพท์ ให้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปมารอบห้องแทนการนั่งคุย • ใช้ช่วงเวลาโฆษณาให้เป็นประโยชน์: เวลานั่งดูทีวี พอถึงช่วงโฆษณา ให้ลุกขึ้นเดินไปมารอบๆ โซฟา หรือเดินไปดื่มน้ำ • แบ่งสัดส่วนงานบ้าน: แทนที่จะหยิบของทุกอย่างในรอบเดียว ลองแบ่งเดินหยิบทีละชิ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ขาได้ก้าวเดินมากขึ้นครับ บทสรุปจากหมอธี (Dr.Tee’s Takeaways) 1. ทุกย่างก้าวมีความหมาย: ไม่ว่าจะเดินในสวนหรือเดินในบ้าน ร่างกายก็นับเป็นการขยับตัวที่ส่งเสริมสุขภาพได้เช่นกัน 2. ลุกให้บ่อย: การตัดวงจรการนั่งนานๆ ด้วยการเดินรอบบ้านครั้งละ 2-3 นาที มีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญและระดับน้ำตาล 3. สะสมยอด: ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่จำกัด ให้เน้นความถี่ในการลุกเดินแทนความเร็วหรือระยะทาง เพื่อนๆ แฟนเพจคนไหนมีเทคนิคส่วนตัวในการ "แอบเพิ่มก้าวเดิน" เวลาอยู่บ้าน หรือเวลาทำงานแบบ Work From Home กันบ้างไหมครับ? ลองคอมเมนต์แชร์ไอเดียให้หมอและเพื่อนๆ ท่านอื่นนำไปปรับใช้กันหน่อยนะครับ ^^ ด้วยความปรารถนาดี หมอธี มีเรื่องเล่า หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์ เอกสารอ้างอิง (References) 1. Levine, J. A. (2002). Non-exercise activity thermogenesis (NEAT). Best Practice & Research Clinical Endocrinology & Metabolism, 16(4), 679-702. 2. Dunstan, D. W., Kingwell, B. A., Larsen, R., et al. (2012). Breaking up prolonged sitting reduces postprandial glucose and insulin responses. Diabetes Care, 35(5), 976-983. 3. Paluch, A. E., Bajpai, S., Bassett, D. R., et al. (2022). Daily steps and all-cause mortality: a meta-analysis of 15 international cohorts. The Lancet Public Health, 7(3), e219-e228. #หมอธีมีเรื่องเล่า #การปรับพฤติกรรมสุขภาพ #เดินรอบบ้าน #สุขภาพดีที่บ้าน #สะสมก้าวเดิน #ขยับกายดีต่อใจ #ดูแลสุขภาพเชิงรุก #NEAT