У нас вы можете посмотреть бесплатно วิธีพักสายตาตามกฎ 20-20-20 และท่าบริหารสายตาฉบับคนติดจอ или скачать в максимальном доступном качестве, видео которое было загружено на ютуб. Для загрузки выберите вариант из формы ниже:
Если кнопки скачивания не
загрузились
НАЖМИТЕ ЗДЕСЬ или обновите страницу
Если возникают проблемы со скачиванием видео, пожалуйста напишите в поддержку по адресу внизу
страницы.
Спасибо за использование сервиса ClipSaver.ru
สวัสดีครับทุกคน พบกับผมหมอธี (Dr.Tee) จากเพจ “หมอธี มีเรื่องเล่า” อีกครั้งนะครับ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักที่สุดอวัยวะหนึ่งในยุคดิจิทัลครับ ในแต่ละวัน หลายท่านคงใช้เวลาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตติดต่อกันหลายชั่วโมง รู้หรือไม่ครับว่าพฤติกรรมนี้ส่งผลให้เกิด "กลุ่มอาการทางตาจากการใช้คอมพิวเตอร์" (Computer Vision Syndrome หรือ Digital Eye Strain) ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่วิสัยทัศน์พร่ามัว ตาแห้ง แสบตา ไปจนถึงปวดกระบอกตาและปวดศีรษะครับ ในทางการแพทย์พบว่า เมื่อเราจดจ่อกับหน้าจอ อัตราการกะพริบตาของเราจะลดลงจากปกติ 15-20 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 5-7 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น ทำให้ความชุ่มชื้นบนผิวตาหายไปและเกิดอาการตาแห้งตามมา [1] วันนี้หมอธีจึงนำวิธีการดูแลดวงตาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และสามารถทำตามได้ง่ายๆ แม้จะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานมาฝากกันครับ 1. กฎ 20-20-20 (The 20-20-20 Rule) กฎนี้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อลดความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา (Asthenopia) โดยมีหลักการจำง่ายๆ ดังนี้ครับ: • ทุกๆ 20 นาที: ให้ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ • มองออกไปไกล 20 ฟุต: (ประมาณ 6 เมตร) ซึ่งเป็นระยะที่กล้ามเนื้อตา (Ciliary muscle) คลายตัวและไม่ต้องออกแรงเพ่ง • เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที: เนื่องจากเป็นระยะเวลาขั้นต่ำที่กล้ามเนื้อตาจะได้หยุดพักและผ่อนคลายอย่างเต็มที่ • อ้างอิงวิชาการ: งานวิจัยทางจักษุวิทยาเชิงทดลองยืนยันว่า การพักสายตาตามกฎ 20-20-20 อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความรุนแรงของอาการตาล้าและตาแห้งจากการใช้หน้าจอได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ [2] 2. ท่าบริหารสายตา (Eye Exercises) ฉบับคนติดจอ นอกจากการพักสายตาแล้ว การบริหารกล้ามเนื้อตาและการกระตุ้นน้ำตาธรรมชาติก็สำคัญไม่แพ้กันครับ • การกะพริบตาอย่างตั้งใจ (Conscious Blinking): หลับตาลงให้สนิท (ไม่ต้องบีบตาแรง) ค้างไว้ 2 วินาที แล้วลืมตาขึ้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง การกะพริบตาให้เปลือกตาปิดสนิทจะช่วยรีดน้ำตาจากต่อมน้ำตามาเคลือบผิวตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ [3] • การสลับจุดโฟกัส ใกล้-ไกล (Focus Shifting): ชูนิ้วโป้งขึ้นห่างจากใบหน้าประมาณ 1 คืบ โฟกัสสายตาที่นิ้วโป้ง 5 วินาที จากนั้นสลับไปมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไป (เช่น ต้นไม้นอกหน้าต่าง) อีก 5 วินาที ทำสลับกัน 5 รอบ ท่านี้จะช่วยลดภาวะกล้ามเนื้อตาเกร็งค้าง (Accommodative spasm) จากการเพ่งมองระยะใกล้เป็นเวลานาน [3] บทสรุปจากหมอธี ดวงตาของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จ้องมองวัตถุที่มีแสงจ้าในระยะใกล้เป็นเวลานานๆ ครับ ดังนั้น การปรับพฤติกรรมโดยใช้กฎ 20-20-20 และการบริหารสายตาระหว่างวัน จึงเป็น "การป้องกันและดูแลเบื้องต้น" ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด อย่างไรก็ตาม ตามจรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์และข้อควรระวังทางกฎหมายสุขภาพ หมอขอเน้นย้ำว่า วิธีการเหล่านี้ไม่ใช่วิธีการรักษาโรคทางตา หากท่านดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วยังมีอาการปวดตาอย่างรุนแรง ตาแดง สู้แสงไม่ได้ การมองเห็นเปลี่ยนแปลง (เช่น เห็นภาพซ้อนหรือตามัวลงอย่างฉับพลัน) หรือมีอาการตาแห้งเรื้อรัง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคตาอื่นๆ เช่น กระจกตาอักเสบ หรือความดันลูกตาผิดปกติ หมอแนะนำให้รีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดครับ และที่สำคัญ ไม่ควรซื้อยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือยาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงทางอินเทอร์เน็ตมาใช้เองโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้ครับ ชวนลูกเพจคุย: ตอนนี้ใครอ่านบทความนี้จบแล้ว ลองละสายตาจากจอ มองออกไปไกลๆ สัก 20 วินาที แล้วกะพริบตาช้าๆ ดูนะครับ รู้สึกสบายตาขึ้นไหม? ใครมีทริคส่วนตัวในการดูแลสายตาระหว่างทำงาน หรือใช้น้ำตาเทียมแบบไหนอยู่ มาคอมเมนต์พูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะครับ หมอธีรออ่านและพร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติมครับ 👀✨ ด้วยความปรารถนาดี หมอธี มีเรื่องเล่า หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์ เอกสารอ้างอิง: [1] Coles-Brennan, C., Sulley, A., & Young, G. (2019). Management of digital eye strain. Clinical and Experimental Optometry, 102(1), 18-29. [2] Talens-Estarelles, C., Garcia-Marques, J. V., Cervino, A., & Garcia-Lazaro, S. (2021). The effects of breaks on digital eye strain, dry eye and binocular vision: Testing the 20-20-20 rule. Contact Lens and Anterior Eye, 44(5), 101445. [3] Wolffsohn, J. S., et al. (2023). TFOS Lifestyle: Impact of the digital environment on the ocular surface. The Ocular Surface, 28, 213-252. #หมอธีมีเรื่องเล่า #ตาล้า #กฎ202020 #ถนอมสายตา #ComputerVisionSyndrome #สุขภาพดวงตา #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดตา